facebook button facebook button facebook button facebook button
                       



หัวข้อ: โครงการเจลลี่โภชนา อาหารเจลพระราชทานเพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง  (อ่าน 113 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

yimmyimm

  • เพื่อนของเรา
  • **
  • จิตพิสัย: 0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 127
    “ จำไว้นะ เวลาทำอาหารให้คนป่วย เรื่องรสชาติเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเขาป่วยด้านร่างกายแล้ว จิตใจต้องดี ถ้าเราทำอาหารที่ไม่อร่อยไปให้ จิตใจเขาจะแย่ มันเป็นการซ้ำเติมผู้ป่วย ”

         พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระราชทานข้อคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ป่วย โครงการเจลลี่โภชนา อีกหนึ่งโครงการที่สำคัญโดยมีวัตถุประสงค์หลักการแก้ไขปัญหากลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็งและโรคอื่นๆในช่องปาก ที่มีปัญหาการเคี้ยวและกลืนลำบาก สามารถรับสารอาหารได้อย่างครบถ้วน ทางโรงแรมเดอะทวินทาวน์เวอร์จึงขออนุญาตนำบทความบางส่วนเกี่ยวกับโครงการเจลลี่โภชนามาเผยแพร่ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวง รัชกาลที่ ๙
     
    ขอบคุณภาพจาก : http://www.maeban.co.th/

    โครงการเจลลี่โภชนา นับเป็นนวัตกรรมใหม่ ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีปัญหาในการเคี้ยวและกลืนอาหาร หรือที่ผู้ป่วยเรียกว่า “ อาหารเจล ” ซึ่งดำเนินการโดยสถาบันโภชนาการ ม.มหิดล ภายใต้การกำกับดูแลของ รศ.ดร.วิสิฐ จะวะสิต ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ นอกเหนือจากผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก เจลลี่โภชนาสามารถนำไปใช้กับผู้ป่วยต่าง ๆ ที่ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ เช่น ผู้ป่วยอัมพาต, โรคในช่องปาก, ผู้สูงอายุไม่มีฟันบดเคี้ยว และผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมซึ่งกล้ามเนื้อบดเคี้ยวทำงานไม่ดี เป็นต้น

    ทั้งนี้เจลลี่โภชนามีลักษณะนุ่มลื่น ผู้ป่วยสามารถเคี้ยวและกลืนได้โดยไม่รู้สึกเจ็บ และยังมีสารอาหารครบถ้วน ถูกพัฒนาขึ้นในรูปแบบการฆ่าเชื้อในระบบยูเอชที และบรรจุในกล่องปลอดเชื้อที่สามารถเปิดบริโภคได้ง่าย มีคุณค่าโภชนาการที่เหมาะสม โดยสัดส่วนของพลังงานที่ได้มีทั้งจากคาร์โบไฮเดรต ไขมัน นอกจากนี้ยังมีโปรตีนที่มีคุณภาพดี มีอายุการเก็บรักษายาวนานถึง 1 ปี

    อีกทั้งยังมีรสชาติที่หลากหลายถึง 9 รสชาติ ทั้งในรูปแบบอาหารคาวและหวาน เช่น ต้มยำกุ้ง, แกงเขียวหวาน, ข้าวหอมมะลิ, ข้าวมันไก่, มะม่วง, ชานม และลิ้นจี่ แต่รสชาติที่จะถูกนำไปผลิตในระดับอุตสาหกรรม เพื่อแจกจ่ายให้แก่ผู้ป่วยทั่วประเทศนั้นมีเพียง 2 รสชาติ คือ รสมะม่วงและรสชานม

    รศ.ดร.วิสิฐ เล่าผ่านนิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 156 ธันวาคม 2556 โดยกล่าวว่า จริง ๆ แล้วเราผลิตออกมาทั้งหมด 8-9 รสชาติ ทำถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งพระองค์ก็เสวย เพราะทรงมีปัญหาเกี่ยวกับการกลืนอาหารเหมือนกัน เนื่องจากทรงเสวยพระโอสถโรคหัวใจมาก สูตรที่ทำถวายพระองค์ท่านนั้นเราผลิตออกมาไม่มาก ไม่ได้ทำเป็นอุตสาหกรรม พระองค์เสวยแล้วก็ทรงมีพระราชวินิจฉัย

    พระองค์ตรัสว่า “รสต้มยำกุ้งเนี่ยฉันชอบมาก” แต่รสก๋วยเตี๋ยวไก่พระองค์ไม่โปรด ตรัสว่าน่าจะทำรสข้าวมันไก่ดีไหม เจลข้าวมันไก่มันจะได้หอมขึ้นหน่อย เราก็นำมาผลิตตามที่พระองค์พระราชทานคำแนะนำ ที่สำคัญพระองค์พระราชทานข้อคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยว่า “จำไว้นะ เวลาทำอาหารให้คนป่วย เรื่องรสชาติเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเขาป่วยด้านร่างกายแล้ว จิตใจต้องดี ถ้าเราทำอาหารที่ไม่อร่อยไปให้ จิตใจเขาจะแย่ มันเป็นการซ้ำเติมผู้ป่วย” จะเห็นได้ว่า พระองค์ทรงพระอัจฉริยภาพมาก ขนาดตอนนั้นทรงประชวรอยู่นะ แล้วพระองค์ก็ทรงห่วงใยผู้ป่วยมากด้วย

    นอกจากนั้นพระองค์ก็ตรัสในเรื่องบรรจุภัณฑ์ว่า กล่องที่นำมาให้ทอดพระเนตรนั้น มีลักษณะคล้ายกล่องนม ถ้าในอนาคตมีการนำไปจำหน่ายในศูนย์การค้าหรือซูเปอร์มาร์เกต คนซื้อก็จะต้องเขย่าซึ่งทำให้เจลแตก แล้วไม่มีใครอยากกิน พระองค์ทรงถามว่า “ใส่กระป๋องได้ไหม”  เราก็ทูลว่าผลิตภัณฑ์นี้ใส่กระป๋องไม่ได้ พระองค์จึงได้พระราชทานคำแนะนำว่า “เอาอย่างนี้สิ ทำฉลากเป็นแนวนอน พอกล่องเป็นแนวนอนคนก็จะไม่เขย่า” เราก็ได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์มาปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ใหม่” รศ.ดร.วิสิฐ กล่าวถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์

    อีกทั้งนี้ในส่วนของห้องอาหารไทย ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ห้องอาหารจีน โรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์ ขออนุญาตเผยแพร่บทความสู่เยาวชนรุ่นหลัง ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและร่วมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
    ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม : goo.gl/UmNRmz ขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก : dailynews
    บันทึกการเข้า




     


    KKLmember Khonkaenoa โรงเรียนสอนเสริมสวยครูป๋อม ฝึกอาชีพด้านความงามครบวงจร ที่ดังที่สุดในขอนแก่น