ผู้เขียน หัวข้อ: ปันน้ำใจนักปั่น ช่วยปั้นโลก  (อ่าน 262 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ขอนแก่นลิ้งค์007

  • Administrator
  • 20,000
  • *****
  • กระทู้: 22,540
  • จิตพิสัย: 238
  • จงชัย007
    • KKLmember
ปันน้ำใจนักปั่น ช่วยปั้นโลก
« เมื่อ: มีนาคม 17, 2015, 08:31:10 AM »


แม้ชีวิตต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะการปั่นจักรยาน คือ “เนื้อหุ้มเหล็ก” ไม่ใช่ “เหล็กหุ้มเนื้อ” เหมือนนั่งรถยนต์ แต่ก็ยังมีนักปั่นหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย เพราะเทรนด์ขี่จักรยานฮิตติดลมบนไปแล้ว

น่าสลดใจไม่น้อย เมื่อประเทศไทยต้องถูกตราหน้าว่า เป็น สุสานของนักปั่นจักรยาน หลังมีโชเฟอร์รถกระบะตีนผีพุ่งชนนักปั่นรอบโลกชาวชิลีวัย48ปีจนเสียชีวิตบนถนนมิตรภาพ จ.นครราชสีมา เมื่อไม่นานมานี้

แม้ชีวิตต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะการปั่นจักรยาน คือ “เนื้อหุ้มเหล็ก” ไม่ใช่ “เหล็กหุ้มเนื้อ” เหมือนนั่งรถยนต์ แต่ก็ยังมีนักปั่นหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย เพราะเทรนด์ขี่จักรยานฮิตติดลมบนไปแล้ว

จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า มีการนำเข้าจักรยานและชิ้นส่วนเฉลี่ยเดือนละกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมกันทั้งปีกว่า 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 4 พันล้านบาท ส่วนสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดลสำรวจเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2557 พบคนไทยใช้จักรยาน 2.2 ล้านคัน หรือ 3.46% และมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้น

ทั้งที่ถีบจักรยานแม่บ้านไปจ่ายตลาด นักปั่นหน้าใหม่ที่เดินทางไปทำงาน ต่อรถเมล์-รถไฟฟ้า ไปจนถึงน่องทองมืออาชีพที่ตั้งก๊วนหรือชมรมนักปั่น ล้วนตระหนักถึงสารพัดข้อดีของ 2 ล้อที่ประหยัดเงิน ช่วยลดโลกร้อน ได้ออกกำลังกายทำให้แข็งแรง สดชื่น กระปรี้กระเปร่า หน้าเด็กใสปิ้ง ไม่ต้องพึ่งครีมหน้าเด้งราคาแพงระยับ แถมคุณผู้ชายหลายคนยังกระซิบว่า “ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ” ไม่ต้องควักกระเป๋าซื้อ “ไวอากร้าและถั่งเช่า” ที่สำคัญได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติ 2 ข้างทางชมนก ชมไม้ ดมดอกไม้ ฟรุ๊งฟริ๊งเจริญตา ช่วยให้ผ่อนคลายสบายอารมณ์ เป็นเสน่ห์ที่ตราตรึงนักปั่น อีกทั้งยังได้เพื่อนใหม่และสังคมใหม่ๆด้วย

ทำให้ประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งมีรัฐสวัสดิการดีเยี่ยมและคุณภาพชีวิตอันสุดยอด อย่าง เนเธอร์แลนด์ ใช้จักรยานถึง 98% เดนมาร์ก 80% เยอรมัน 68% และนอรเวย์ 60% จนเนเธอร์แลนด์กลายเป็นเมืองจักรยาน เพราะรัฐสนับสนุนให้ประชากรปั่น 2 ล้อช่วยเปลี่ยนโลกให้เย็นลง ด้วยการลดมลพิษ และส่งเสริมการออกกำลังกายของพลเมือง สร้างโครงข่ายทางจักรยานถึง 35,000 กม. ส่วนเดนมาร์กถึงขั้นควบคุมความเร็วรถยนต์ให้วิ่งในเมืองเท่าความเร็วจักรยาน

เมื่อย้อนมองบ้านเรา แม้อากาศจะร้อนระอุไม่เป็นใจเหมือนในเมืองหนาว แต่กระแสของจักรยานลดโลกร้อนก็ทำให้ภาครัฐสร้างทางให้รถถีบในกรุงเทพฯประมาณ 200 กม. อาทิ สายดั้งเดิมบนทางเท้าถนนประชาชื่น ทางเท้าถนนประดิษฐ์มนูธรรม รวมทั้งพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ที่ตีเส้นจักรยานชัดเจนออกกฎบังคับห้ามรถอื่นเข้าปรับ 400-1,000 บาท

แต่เมื่อ “กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์” ทางจักรยานที่สร้างไว้กลับชำรุดทรุดโทรม แม่ค้ายึดเป็นที่ขายของ บางคันหกคะเมนตีลังกาหัวแตกเลือดอาบและสูญเสียชีวิตอย่างอนาถบนถนน เพราะถูกรถใหญ่เฉี่ยวชน หรือไม่ก็ขวัญเสียและหวาดผวาไม่กล้าปั่นจักรยานบนถนนใหญ่อีกเลย เพราะเสียงแตรดังลั่นที่บีบไล่ไม่ให้ขวางทาง

ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ การแบ่งปันน้ำใจระหว่างผู้ใช้ทาง รถยนต์ปลอดภัยไปได้เร็วกว่าก็ใจเย็นลงนิ๊ดดดนึงให้รถเล็กๆ อย่างจักรยานได้มีที่อยู่แต่ต้องเซฟตี้ตัวเองเต็มที่ติดแสงสะท้อนให้รถอื่นมองเห็น

ส่วนนักปั่นมืออาชีพบางคนก็อย่ากร่าง ทำให้รถยนต์เค้าหมั่นไส้ เพื่อช่วยกันปั้นโลกใหม่ให้เย็นลงน่าอยู่ยิ่งขึ้น