ผู้เขียน หัวข้อ: #รถจี่โป่ม#  (อ่าน 4435 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ oheay

  • เพื่อนของเรา
  • **
  • กระทู้: 173
  • จิตพิสัย: 40
  • คนที่ดีกับคนที่รักต่างกัน....เธอรู้ไหม.....
#รถจี่โป่ม#
« เมื่อ: กันยายน 02, 2014, 11:38:30 AM »



ก่อนอื่น ดิฉันขอแนะนำตัวเองก่อนนะคะ ดิฉันเป็น “สาวหมีใหญ่” ค่า  อะๆ อย่าคิดไปไกล บ้านหมีใหญ่ คือบ้านหนองบัวดีหมี ตำบลท่าพระ ขึ้นกับอำเภอเมืองนะคะ ติดถนนมิตรภาพค่ะ ห่างจากตัวเมือง เพียง 12 กิโลเมตรเท่านั้น  แต่ทำไมย้อนหลังไปตอนสมัยที่ยังเอ๊าะๆ  นั้น ทำไมมันไกลแบบนี้  หลับสามตื่นก็ยังไม่ถึง รถเมล์ก็มีสายเดียว  เราเรียกว่า “รถจี่โป่ม” คำว่าจี่โป่ม เป็นสรรพนามของคำว่า “จิ้งหรีด” ที่เราชาวพื้นที่ราบสูงเรียกกันค่ะ  สาเหตุที่เรียกว่ารถจี่โป่ม นั้น ก็รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกับจิ้งหรีด เพราะกระจกมองหลังยื่นออกมาคล้ายกับหนวด ตัวรถกลมๆ ป้อมๆ เหมือนตัวจิ้งหรีดที่เป็นปล้องๆ ไฟตากลมโตคล้ายกับตาจิ้งหรีด เด็กเลยชอบขนานนามกันว่าเยี่ยงนี้ค่ะ
 
รถเมล์สายจี่โป่ม เป็นรถเมล์สีเขียวทั้งคัน คาดด้วย สีเหลืองและสีขาว ยี่ห้อ Benz 2 ประตู 24 หน้าต่าง ยี่ห้ออื่นไม่มี ไร้ซึ่งพัดลม เพราะใช้ระบบปรับอากาศให้ความเย็นจากธรรมชาติ วิ่งตามเส้นทางสายมิตรภาพ ด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตร/ชั่วโมง ไวปานจรวดเลยก็ว่าได้ค่ะ จอดทุกป้าย จุดทุกตารางฟุตที่มีคนโบก ถ้าจอดบ่อยเราจะบอกว่า ขายหวานเย็นอีกแล้ว สมัยก่อนไม่มีไอติมเยอะ มีแต่หวานเย็น เพราะรถขายหวานเย็นจอดทุกบ้าน จอดทุกหลังคาเรือน และที่ทีมีคนเรียกให้จอด นั่นแหละค่ะ เหมือนกันไม่มีผิด กว่าจะถึงตัวเมืองขอนแก่น ป้ายสุดท้ายหน้าการประปา ก็ปาไปเกือบ 1.30 ชั่วโมง นานมากกกกก  รถคันนี้จะประกอบไปด้วยผู้คนนหลากหลายอาชีพ หลากหลายสาขา  เริ่มตั้งแต่ พ่อแม่ผู้ปกครองที่มาส่งบุตรหลาน ชาวบ้าน ชาวนา พ่อค้า แม่ขาย  นักเรียน นักศึกษา จวบจนถึงข้าราชการพนักงานของรัฐ  เริ่มขับออกตั้งแต่บ้านหนองบัวดีหมี หน้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาจังหวัดขอนแก่นปัจจุบัน ผ่านบ้านหนองปลาเข็ง บ้านท่าพระ คุ้มไทย บ้านท่าพระเนาว์ บ้านกุดกว้าง ผ่านมาทางแยกเจริญศรี แยกแก่นนคร ผ่านบางลำภู ผ่าน บขสด้านข้างฝั่งป้อมตำรวจ วนกลับมาทางบางลำภูแล้วมาจอดที่หน้าร้านตัดผม แถวโต้รุ่งฝั่งร้านเกมส์  จอดอยู่อย่างนั้นแหละคะ ประมาณ เกือบครึ่งชั่วโมงถึงออก เดินทางกลับ
 
ย้อนหลังไปเมื่อ 20-30 ปีก่อน รถยนต์ไม่ค่อยมีมาก เหมือนสมัยนี้ ผู้คนจึงใช้รถเมล์ร่วมกัน ด้วยเส้นทางที่ผ่านนั้น ครอบคลุมบริเวณตัวเมือง และสถานที่หลักๆของจังหวัดขอนแก่น  รถเมล์สายนี้จึงเต็มตลอดค่ะ เมือคนเยอะ ก็ย่อมมีเรื่องเล่าเยอะ ทำให้ทราบความเป็นไปของแต่ละหมู่บ้าน เป็นอย่างดี  เน้นนะคะว่าเป็นเอย่างดี
 
กระเป๋ารถเมล์ เป็นตัวแปลสำคัญในเริ่มต้นการสนทนาพาทีบนรถ เปรียบประหนึ่งว่าเป็นพิธีกรดำเนินรายการ เป็นผู้เปิดประเด็น เดินไมค์ ส่งประเด็น รวมไปจนถึงสรุปประเด็นต่างๆให้ผู้โดยสารเข้าใจได้โดยถ่องแท้ การขึ้นรถนี้สายนี้จะเหมือนกับการทำ KM หรือ Knowledge Managemen  ระหว่างหมู่บ้าน แม้ค้า เปรียบเสมือนเจ้าหน้าที่ QA ที่จะดำเนินการติดต่อประสานกับบุคลากรในหน่วยงาน ติดตาม สอดส่องดูแลความเป็นไปภายในหมู่บ้าน เพราะแม่ค้าจะเป็นคนที่พบปะ กับผู้คนภายในหมู่บ้านมากหน้าหลายตา หากใครต้องการจะกระจายข่าว ฝากกับแม่ค้าประชาสัมพันธ์ได้เลย รับรองว่า รู้ทั่วถึงทุกหลังคาเรือน และนอกจากนี้ แม่ค้ายังเป็นรายได้หลักของรถเมล์สายจี่โป่มนี้ด้วย นอกจากรายได้หลักจะมาจากค่าโดยสารแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ที่ซื้อมาเพื่อไปจำหน่ายต่อก็ต้องจ่ายค่าโดยสารเช่นกัน นอกจากนี้ถ้ารถจี่โป่มต้องไปส่งถึงหน้าบ้าน นั่นก็แปลว่ารายได้จากแม่ค้ามีถึง 3 เด้ง แต่เมื่อใดที่ต้องโดยสารกับแม้ค้านะคะคุณขา ดิฉันไม่อยากจะเซดย์ ถ้าแม่ค้าขายส้มตำ ก็จะหอบตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นปลาร้า ถ้าเป็นแม่ค้าขายผลไม้และถ้าเป็นฤดูทุเรียนด้วยนะคะ ใครไม่ชอบทุเรียนกลับถึงบ้านก็ถึงกับจับไข้กันเลยล่ะค่ะ หากกลับบ้านตอนเย็นนะคะ หอมมากเลย ทั้งเหงื่อ ทั้งกลิ่นปลาร้า ทุเรียน เบรคแต่ละครั้ง ก็จะหอมกรุ่นกลิ่นผ้าเบรครมย์ควัน โอยยยยย......สุดจะบรรยายความหอมค่ะ เกินจะพรรณณา
 
   แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยลืมเลือนกับการโดยสารรถเมล์สายจี่โป่มนี้เลย คือ “ความมีน้ำใจ”ไม่ว่า เป็นใครมาจากไหน ตำแหน่งหน้าที่การงานอะไร แต่พอขึ้นรถโดยสารคันเดียวกัน ก็เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง คนบ้านเดียวกัน โซนเดียวกัน จะพูดคุยถึงสารทุกข์สุกดิบ สอบถามความเป็นอยู่ความเป็นไป เอื้อเฟื้อเกื้อกูล แก่ เด็ก สตรี คนชรา พระภิกษุ คนมีครรภ์ รวมไปถึงคนพิการ จะได้รับที่นั่งเมื่อขึ้นรถมา โดยไม่ต้องร้องขอ หรือใช้สายตาวิงวอนให้คนที่นั่งมาก่อนจนรู้สึกผิดจนต้องลุกให้นั่ง ลูกเด็กเล็กแดง ก็จะได้นั่งตักทั้งที่ไม่รู้จักกัน และไม่รู้ว่าเป็นใคร มิตรภาพ ไมตรีจิต มีให้แก่กันและกัน ตอนนจะขึ้นจะลง ก็จะช่วยกันยกกันขน ช่วยจับ ช่วยพยุง ช่วยอุ้ม ช่วยถือ โดยไม่ได้หวาดระแวงว่าจะเป็นมิจฉาชีพ หรือเชื่อใจได้หรือไม่ สังคมชนบทแถบชานเมืองก็ยังน่าอยู่ แล้วสังคมทุกวันนี้ละคะ ? น่าอยู่เพียงใด อยู่ที่มุมมองในการเลือกที่จะทำค่ะ และเลือก เลือกที่จะเป็นคนมีน้ำใจ หรือเลือกที่จะเป็นคนไม่มีน้ำใจ ขอขอบคุณ และสวัสดี
ปอ ลิง!!!!! ใครที่ผ่านไปผ่านมาแวะถ่ายรูปคู่กับหมีใหญ่ได้นะคะ
 
#รักน่ะคะ# #รักน่ะคะ#


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 03, 2014, 04:44:11 PM โดย support »





ออนไลน์ suteera1982

  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 2,642
  • จิตพิสัย: 27
  • เพศ: ชาย
  • 081-7778902 Line : nopporn.kku
Re: #รถจี่โป่ม#
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 11, 2014, 01:16:17 PM »
 *088*




ออฟไลน์ xsuper

  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 3,935
  • จิตพิสัย: 8
Re: #รถจี่โป่ม#
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2014, 06:02:14 AM »
 ("-_-")รถหวานเย็น




ออฟไลน์ Apichai namboonsri

  • เพื่อนของเรา
  • **
  • กระทู้: 204
  • จิตพิสัย: 0
  • คนเมืองขอน
Re: #รถจี่โป่ม#
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2014, 04:29:44 PM »
ท่าพระคือกัน สวัสดีจ้าาาา #เต้นรำ# #เต้นรำ# #แดนซ์2# #แดนซ์2#




ออฟไลน์ LAST MAN

  • เพื่อนของเรา
  • **
  • กระทู้: 48
  • จิตพิสัย: 1
Re: #รถจี่โป่ม#
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2015, 08:39:27 PM »
เซา ถ้าเป็นแบบนี้




ออฟไลน์ sirawiit

  • เฮ่! สวัสดีครับ เราเคยรู้จักกันหรือเปล่า?
  • เพื่อนของเรา
  • **
  • กระทู้: 153
  • จิตพิสัย: 1
  • เพศ: ชาย
    • Facebook
Re: #รถจี่โป่ม#
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มีนาคม 31, 2015, 07:45:01 PM »
 *180* *180* *180* *180*