ผู้เขียน หัวข้อ: "เด็กตลาด" เล่าเรื่อง40ปี เส้นทางวงการบันเทิงเมืองขอนแก่น(ฉบับเพิ่มอีก)  (อ่าน 6611 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ deltaman

  • ห้องพักเรือนสบาย ใกล้ตลาดจอมพล บึงทุ่งสร้าง ศูนย์ราชการ
  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 3,164
  • จิตพิสัย: 303
  • เพศ: ชาย
  • เรือนสบายขอนแก่น รายเดือน 3000 รายวัน 300
    • เรือนสบายขอนแก่น
     “เด็กตลาด” คำนี้มีมาช้านานคู่เมืองขอนแก่น ผมได้ยินคำนี้มากว่า 40 ปีแล้ว ถ้าเป็นปัจจุบันจะหมายถึงคนที่อาศัยอยู่บริเวณ ถนนหน้าเมือง กลางเมือง รอบๆตลาดเทศบาล1,2 ตลาดโบ้เบ้ แต่ความทรงจำในช่วงวัยเด็กของผม เด็กตลาดสมัยนั้นมีเพียงตลาดเก่าแห่งเดียว (ปัจจุบันเป็นตลาดสดเทศบาล2) ในยุคที่ ที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่ตรงห้างเซ็นโทซ่าปัจจุบัน สืบเนื่องจากการที่คุณตาทวดของผมต้องมาตั้งรกรากที่ขอนแก่น เพราะเป็นขุนนางตำแหน่ง หลวงเทพสมบัติ (น่าจะดูแลในส่วนคลัง) ความเป็นเด็กตลาดของคนในตระกูลผมจึงเริ่มจากจุดนั้น และสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนมาถึงผม  ดังนั้นผมจึงคิดว่าเล่าเรื่องเมืองขอนแก่นแบบ “ใจกลางเมือง” ในยุคเมื่อ 30-40 ก่อน น่าจะสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปแบบก้าวกระโดดได้ดีทีเดียว หลายคนจะแทบไม่เชื่อว่าใจกลางเมืองขอนแก่นมีวิถีชีวิตดั้งเดิมแบบนี้ด้วยหรือหลายอย่างหายไปหลายอย่างยังมีกลิ่นไออยู่ นั่งไทม์แมชชีนย้อนอดีตกับผมนะครับ   สิ่งแรกที่ผมหลับตาแล้วเห็นภาพก็คือ ถนนข้างตลาดเก่าที่เชื่อมระหว่าง ถนนหน้าเมือง กับกลางเมือง (ตรงที่ปัจจุบันเป็นแหล่งขายดอกไม้ พวงมาลัยเยอะๆน่ะครับ) บางวันในช่วงกลางคืน ความสุขของเด็กตลาดคือการไปนั่งดูหนังกลางแปลง นั่งพื้นกันกลางถนนเลยครับจอหนังจะขวางถนนเลย คนแถวตลาดจะมาจับจองที่นั่งกันด้วยเสื่อ และกระดาษหนังสือพิมพ์ตั้งแต่เย็น พี่เลี้ยงก็จะพาผมกับน้องมานั่งจองเช่นกัน หนังที่ฉายจะมีรถแห่ประกาศให้ทราบ มีทั้งหนังไทยหลากหลายประเภท แน่นอนครับเด็กๆ ผมก็จะชอบหนังไทยยอดมนุษย์ ที่เคยได้ดูก็เช่น หนุมานปะทะ7ยอดมนุษย์ การ์ตูนสุดสาคร ท่าเตียน  ส่วนหนังจีนจะเป็นหนังชอว์บาเดอร์กำลังภายใน ครับ  ที่สำคัญไม่เสียตังค์ เพราะเป็นหนังขายยา ผมไม่รู้หรอกว่าขายอะไร รู้แต่ว่า ช่วงขายยาหนังหยุด เด็กก็จะสนุกกับการซื้อของเล่นของกิน สายไหม ลูกโป่งสวรรค์ ตังเมตัวการ์ตูน มะยมเชื่อมเสียบไม้ เป็นต้น ดูจบก็เดินเข้าบ้านสบายๆ  พอโตขึ้นหน่อยก็เริ่มเข้าโรงหนังเป็น บริเวณตลาดฝั่งถนนหน้าเมืองจะมีโรงหนังติดกัน 2โรง คือ รามา ราชา ฝั่งถนนกลางเมืองหลังโรงพักก็เป็น โรงหนังขอนแก่น  ถัดไปทางตลาดโต้รุ่งแผงลอยจะมี โรงหนังเจ้าพระยา เรียกได้ว่าผมได้ไปดูครบทุกโรง แต่โรงหนัง รามา ราชา ใกล้สุดเดินไปดูอยู่ข้างๆบ้าน สมัยนั้นเริ่มมี ดาราเดินทางมาเปิดหนังแล้วครับ สมบัติ เมทะนี, สรพงษ์ ชาตรี ทูน หิรัญทรัพย์ ล้วนแต่เคยมาโชว์ตัวที่หน้าโรงหนังกันแล้วทั้งนั้น  (แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับขอนแก่นของ วงการบันเทิงตั้งแต่สมัยนั้น) ต่อมาเมื่อเริ่มขยับความเจริญขึ้น มีโรงหนังแบบใหม่ที่ฉายพร้อมกันได้ 2 เรื่องคือ โรงหนังปรินซ์(ตรงแถวจตุกจักรขอนแก่นเก่า) เพราะโรง1อยู่ชั้นล่าง โรง2อยู่ชั้นบน ได้รับความนิยมจน โรงหนังแบบเดิมที่มีจอเดียวฉายได้ทีละเรื่อง ก็เริ่มทยอยปิดไปเกือบหมด จนบางโรงต้องหันไปฉายหนังประเภทปลุกใจเสือป่า อย่างโรงหนังขอนแก่น และในที่สุดก็ต้องปิดไป เริ่มเป็นยุคที่มีคนขอนแก่นเริ่มโด่งดังในวงการบันเทิง อย่าง
พี่เอ็ม สุรศักดิ์ วงษ์ไทย คนน้ำพอง พระเอกที่มักแสดงในบทยียวน ตลก คู่กับ บิลลี่ โอแกน เช่นเรื่องฉลุย ตอนนี้ผันมาเป็นผู้กำกับ และเป็นหนึ่งในทีมผู้กำกับหนังฟอร์มยักษ์อย่าง สมเด็จพระนเรศวร เป็นต้น



วงการกีฬา ก็ นักฟุตบอลทีมชาติ ซิกโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กองหน้าที่ทำให้ชาวไทยหันมาใส่ใจกับฟุตบอล ปัจจุบันเป็นโค๊ชทีมชาติด้วย


นักแสดงและผู้กำกับ นักปั้นคิวบู้  พันนา ฤทธิไกร ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว ผู้ซึ่งปั้นดาราบู้ให้โด่งดังระดับโลก อย่าง จา พนม และ จีจ้า ญานิน


และถึงยุคที่สถานบันเทิงเฟื่องฟู เหล่าแมวมองเริ่มมองหาเพชรในแคนแดนดอกคูน วงการดนตรีจึงได้วงดังหลายวงจากบ้านเรา เช่น วงมิสเตอร์ทีม นักดนตรีจากเชียงใหม่ที่มาหากินที่ the underground ใต้โรงแรมโซฟิเทล(พลูแมนปัจจุบัน)   พี่กบ Taxi กับลีลาควงกีตาร์จาก Top West สมัยนั้นตั้งอยู่ใกล้ทางรถไฟประตูเมือง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการดนตรีของขอนแก่นเรียกว่าถ้าอยากมีโอกาสเกิดในเส้นทางนี้ต้องมาที่ ขอนแก่น
   

จนต่อเนื่องมาให้เหล่าบันดาวงการบันเทิง แทบทุกแขนง ทั้งวงการศิลปินนักร้องการเฟ้นหา AF , the star  ล้วนจับจองพื้นที่ขอนแก่นเป็นศูนย์กลางไขว่คว้าหาดาวของคนอีสาน   และเป็นเป้าหมายแรกๆในการค้นหาดารามาประดับวงการบันเทิงไทย จนปัจจุบัน   และเป็นที่มาของประโยคที่ว่า "คนขอนแก่นหน้าตาดี"  และเริ่มมี ขอนแก่นโมเดลลิ่งเพื่อปั้นและจัดส่งนักแสดงเกิดขึ้นหลายแห่ง เป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์จังหวัด และธุรกิจบันเทิง ส่งผลทั้งในปัจจุบันและอนาคตที่สามารถนำศิลปินและคนมีชื่อเสียงเหล่านี้มาช่วยส่งเสริมกิจกรรมต่างๆของจังหวัดได้ อีกด้วย จากปัจจัยด้านคนมีชื่อเสียงทำให้ รายการต่างๆทางข่องทีวีต่างๆ มุ่งหน้าที่จะมาทำรายการ ในขอนแก่น เหล่าดาราพิธีกรรายการต่างๆ เดินทางมาถ่ายทำกันจนหัวกะไดไม่แห้ง และมีแนวโน้มว่าจะมีมากขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย

------มันส์มือขอเล่าเพิ่มเติมครับ===========

        ไหนๆก็เริ่มเรื่องเส้นทางวงการบันเทิงของขอนแก่นแล้ว ความเมามันส์ในการเล่าเลยทำให้ผมต้องมา เล่าเพิ่มในเรื่องของ "วิวัฒนาการของสถานบันเทิงในขอนแก่น" ที่มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงเป็นกราฟ และเป็นดังวัฏจักรกันเลยทีเดียว ขอนแก่นเมืองแห่งความบันเทิงอันยาวนาน เมื่อ 30-40 ปีก่อน แหล่งบันเทิงขอนแก่นยามค่ำคืนมีให้เลือกกันมากมาย  ดิสโก้เธคเอย ลานสเก็ตเอย ลานโบลลิ่งเอย มาเริ่มกันในยุคที่ผมเริ่มรู้จักคือ Hi-tech สเก็ต เป็นลานสเก็ต(รองเท้าสเก็ตที่มีข้างละ 4 ล้อ รวม 8 ล้อนะครับ) เล่นได้ทั้งกลางวันกลางคืนในอาคารติดแอร์เปิดเพลงมันส์ มีเครื่องดื่ม่จำหน่ายทั้งมีและไม่มี L-ก-ฮ พื้นทำด้วยไม้ปาร์เก้ครับ มีอุโมงค์ลอดได้และบนอุโมงก็เป็นเนินให้ขึ้นไปทำความเร็วลงมา รอบๆมีที่นั่งดริงค์ได้ครับ  โซนด้านหน้ามีที่เช่ารองเท้าและถุงเท้า มีคอกให้ฝึกเล่นสำหรับคนไม่เป็น ย้ำว่าคอก เพราะจะเป็นราวกลั้นไว้ พอฝึกจนคล่องค่อยออกสนาม  มาดูผังที่ผมจำได้แม่นยำเลยครับจะวาดให้เห็นภาพ........


         ไฮ-เทค สเก็ต ตั้งอยู่ใกล้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตรงอาคารที่ปัจจุบันเป็น power buy ที่ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า เจ้าของคือตระกูลตั้งหลีไถ่ เจ้าของไฮเทคอุดรครับ   ในช่วงนั้นสเก็ตฮิตมากสำหรับวัยรุ่นสมัยนั้น ส่วนเธคที่ขึ้นชื่อมากก็คือ "pincansaw" ฟังดู ฝรั้งฝรั่งแต่มันคือ พิณ แคน ซอ เรานี่ล่ะครับเอามาตั้งชื่อดิสโก้เธค เป็นเธคที่ตั้งอยู่ด้านหลังของ โรงแรมโรมาโฮเต็ลกับขอนแก่นโฮเต็ล(เจ้าของเดียวกัน) ปัจจุบันกลายเป็นห้องจัดเลี้ยงของขอนแก่นโฮเต็ลครับ  เธคพิณแคนซอ เป็นดิสโก้เธคคือ จะมีโต๊ะนั่งกินรอบๆ มีลานตรงกลางให้ออกไปโชว์สเตปลีลาครับเต้นเหนื่อยก็กลับมาโต๊ะ ส่วนเครื่องดื่มสมัยนั้นขายเป็น Drink ครับ 1คน 1ดริงค์แลกได้เป็น cocktail พวก ไหมไทย สิงคโปร์สลิง มากาเร็ตต้า หรือ เป็นเบียร์ ใครไม่กินก็แลกเป็น โค๊ก ก็ได้ แล้วก็เชิญเต้นตามตามใจชอบจนเธคปิด     
     ถ้าเป็นผู้ใหญ่(สูงอายุ)ในสมัยนั้นก็จะชอบไปเต้นลีลาศครับขอนแก่นมีผับสำหรับเต้นลีลาศโดยเฉพาะชื่อ "โกลเด้นท์สตาร์" อยู่ถนนหน้าเมือง ตรงข้ามเยื้องกับทางออกจากขอนแก่นโฮเต็ลปัจจุบัน น่าจะเป็นที่ตั้งของร้านก๋วยเตี๋ยวเจียง  โกลเด้นสตาร์ผมไม่เคยเข้ามีแต่พ่อแม่เข้าครับ ต่อมาโดนไฟไหม้ไปเลิกกิจการครับเลยทุบทื้ง 
     กลับมาที่ ไฮเทคสเก็ต พอถึงยุคนนึงคนเริ่มเบื่อหันมาชอบเที่ยวเธคผับ ไฮเทคสเก็ตจึงปรับตัวเองเปลี่ยนเป็น ดิสโก้เธคแทนและเปลี่ยนชื่อเป็น Hi-tech Hall น่าจะเป็นเธคที่ใหญ่ที่สุดในขอนแก่นสมัยนั้น กาลเวลาเริ่มเปลี่ยนยุคของ ไฮเทค และ พิณแคนซอ ก็จบลงเนื่องจากรสนิยมคนเปลี่ยนชอบเที่ยวผับแบบเล็กๆแออัดเบียดเสียด และพฤติกรรมการเต้นแบบมี ฟอร์(ลานให้เต้น)หมดไป คนชอบเต้นที่โต๊ะไม่ต้องออกลีลามากมาย  จึงเป็นยุคของผับเข้ามามีผับเล็กๆเกิดขึ้นมากมายลายชื่อเช่น runway (ปัจจุบันเป็นที่จอดรถชาญทัวร์)  ส่วนผับแนวเพื่อชีวิต ก็เริ่มมีดังๆเช่น ท็อปเวส ฟูนัน แยงซีเกียง แต่ที่ดังเปรี้ยงปร้างจนจุดพีคของธุรกิจสถานบันเทิงยุคนั้นต้องดับลงก็เพาะ ผับตรง ด้านล่างของตึกร้างหน้าโรงแรมโฆษะชื่อ "sys" ที่มีการยิงกันระหว่างโต๊ะทหาร กับ ตำรวจที่เข้ามาตรวจ เป็นเรื่องดังสมัยนั้นจนมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้เทศบาลขอนแก่นต้องออกมาจัดระเบียบสถานบันเทิงให้อยู่โซนนิ่ง แถบตั้งแต่วงเวียนประชาธิปไตยไปจนสุดกับถนนรื่นรมย์(จนมาถึงปัจจุบัน)สถานบันเทิงเริ่มซบเซาลง ต่อมาเมื่อมีการสร้างโรงแรมโซฟิเทลราชาออคิตขึ้น และมีสถานบันเทิงชั้นใต้ดินเรียกว่า the underground ระแวกนั้นจึงบูมขึ้นอีกครั้ง มีผับเธคเกิดขึ้นกันเต็มไปหมดเปลี่ยนชื่อกันเป็นว่าเล่น "ฺBuddy bar"(ที่ตั้ง u-bar ปัจจุบัน) ก็เริ่มเปิดตัวขึ้นตามพฤติกรรมผับไฮโซที่คนไปเที่ยวเริ่มแต่งตัวออกประชันกัน ผู้คนออกมาเปิดร้านเหล้ากันมากมาย จนเกิดโซนร้านเหล้าสำหรับกินต่อตอนผับเลิก  เรียกว่า Buddy โซน ซึ่งเป็นตรอกที่อยู่ด้านน้า u-bar ปัจจุบันยาวไปจนทะลุถนนข้างโรงแรมโฆษะ แบ่งเป็นล็อคให้คนไดมาจับจองเปิดร้านเหล้ากัน ซึ่งฮอตมากกินเหล้ากันได้จนเช้าเลยทีเดียว แต่เหมือนเดิมเมื่อถึงจุดพีคก็ถึงจุดดับ เมื่อมีร้านเหล้าในตรอก buddy นั้นเกิดเหตุกลุ่มแกงค์วัยรุ่นหลายร้อยคน รุมทำร้ายแทงเจ้าของร้าน"สุมหัวคลับ" เกือบตาย ทำให้ตรอกนั้นถูกสั่งปิดถาวร (ที่รู้เพราะเจ้าของร้านเป็นน้องชายผมเอง รอดครับ ปาฏิหารมากๆโดนแทงหลายสิบแผลไม่โดนจุดสำคัญ) ความซบเซาเข้ามาเยือน อีกครั้ง  ต่อมา buddy ก็ถูกเปลี่ยนถ่ายเจ้าของและปรับปรุงสถานที่ตั้งชื่อว่า "U-Bar" จนโด่งดังถึงปัจจุบัน เวลาผันผ่าน นักธุรกิจจากเมืองหลวงก็หลั่งไหลมาทำสถานบันเทิงในขอนแก่นมากมาย มีทั้ง ประสพความสำเร็จอย่าง Rad  ทั้งแบบมาตักตวงแล้วไปอย่าง Bosstime ต้้งร้านชิลๆยาวๆอย่าง สุนทรี  หรือวินเทจ(ของพ่อ)ที่รวบเอาไนน์ตี้ไนน์(ของลูก)มารวมไว้  และ อกหักกันไปก็อย่าง Sync หนักสุดก็ เอกมัย-ทองหล่อ(ตรงข้ามRAd) ที่สร้างซะอลังกาลเตรียมเปิด ใบอนุญาตดันไม่ผ่าน จบเลยยย   จนมาปัจจุบัน วัฏจักรสถานบันเทิงนี้ก็ยังเป็นต่อไป ขึ้นๆลงๆ แต่ที่สำคัญอยู่คู่ขอนแก่นยามค่ำคืนมาช้านาน ถ้ามองในแง่ดี มันคือสีสันนึงของขอนแก่นเราที่เป็นจุดดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวเพื่อพัฒนานครขอนแก่นด้วย เป็นดัชนีชี้วัดความเจริญอีกตัวนึงก็ว่าได้  ดังนั้นเมืองขอนแก่นซึ่งเป็น เมืองแห่งการประชุมสัมนา สถานบันเทิงจึงเป็นตัวเสริมในการผ่อนคลาย รับรองแขกบ้านแขกเมืองจากที่อื่นได้ด้วย   


=====เหตุผลของคนหน้าตาดี======
 มาอ่านต่อกันอีกเรื่องนะครับ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับสาเหตุที่คนขอนแก่นยุคนี้เป็นที่ต้องการของวงการบันเทิง     สำหรับผมวิเคราะห์ด้วยความเห็นส่วนตัวว่ามาจากการที่ ลูกหลานเรายุคนี้มีหน้าตาที่ผสมผสาน
กันหลายเชื้อชาติในขอนแก่น สืบทอดกันมาหลายสิบปี    เพราะในยุคผมเมือ 30-40ปีก่อน เมืองขอนแก่น มีคนอาศัยอยู่หลายเชื้อชาติหลายศาสนาดังนี้

- ไชน่าทาวน์ อยู่ในช่วงถนนหน้าเมืองและตลาดสดตลาดโบเบ้ครับไปจนถนนศรีจันทร์ถึงศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นห้องแถวอาคารพานิชย์ คนจีนจะอาศัยกันอยู่มาก สังเกตได้จากปัจจุบันยังเป็นแหล่งค้าขาย ร้านเก่าแก่ที่ยังอยู่ก็หลายร้านสืบทอดตกรุ่นกันมาพวกร้านทองเช่น แม่ทองพูล  ร้านเสื้อผ้า สมหวัง(ปัจจุบันเป็นร้านสมหวังชุดแต่งงาน  ร้านกาแฟร้านก๋วยเตี๋ยว และบ้านเรือน โรงแรมที่มีมาตั้งแต่ผมเกิดอย่างโฆษะ เป็นต้น     วัฒนธรรมคนเชื้อสายจีนนี้ที่่เห็นชัดก็ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองที่มีความเป็นจีนอยู่ด้วย รวมทั้งวัดจีนริมบึงแก่นนคร และศาลเจ้าต่างๆ เป็นหลักฐานของไชน่าทาวน์ครับ



- อินเดียทาวน์ สมัยก่อนชาวอินเดียในขอนแก่น จะมีทั้ง กลุ่มเศรษฐีศาสนาซิกส์  และ กลุ่มคนอินเดียศาสนาอิสลาม  โดยชาวซิกจะเป็นคนอินเดียที่ฐานะดีและใช้นามสกุลคล้ายๆกันว่า สัจจเดว์(เหมือนคนจีนที่ใช้แซ่ครับ อาจไม่ใช่ญาติกันก็ได้) ส่วนใหญ๋ทำร้านขายผ้า จักรยาน และขายเครื่องใช้ไฟฟ้า จะอยู่โซนถนนหน้าเมืองตั้งแต่ ตรงสี่แยกตัดกับถนนศรีจันทร์ลากผ่านหลังโรงเรียนขอนแก่นวิทย์ไปจนถึงสี่แยกบขส ครับ  หลักฐานทางศาสนสถานก็มี พระศาสนสถานคุรุดวารา - ขอนแก่น (วัดของศาสนาซิกข์) ตั้งอยู่ใน ถนนร่วมจิตร (ซอยข้างขอนแก่นไทยแลนด์หลังโรงพัก)ครับปัจจุบันยังประกอบพิธีอยู่

    ส่วนของคนอิสลามจะกระจายทั่วเมืองครับเนื่องจากเป็นชนชั้นกลางจนถึงยากจน  มัสยิดกลางขอนแก่น ของชาวอิสลามจะอยู่บ้านสามเหลี่ยม ติด มข.


- เวียตนามทาวน์ จะตั้งอยู่ตั้งแต่สี่แยกถนนหลังเมืองตัดกับถนนอำมาตย์ยาวลงไปจนถึงคุ้มหนองคู คนเชื้อสายเวียตนามในขอนแก่นส่วนใหญ่โซนนี้จะทำอาชีพขาย โจ๊กจั๊บเส้น ก๋วยจั๊บของขอนแก่นจึงจัดเป็นก๋วยจั๊บยวน ที่มีมาช้านานครับ คนจังหวัดอื่นโดยเฉพาะ กทม.มาเที่ยวก็บอกเพิ่งเคยกินที่ขอนแก่นนี่ล่ะครับ   ชาวเวียตนามในขอนแก่นส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์เหมือนคนเชื้อสายจีนบางตระกูลในขอนแก่นครับ   โบสถ์คริสต์ในขอนแก่นใหญ่ก็อย่าง โบสถ์ที่ติดกับโรงเรียนมหาไถ่หญิง   และ โบสถ์ที่อยู่มหาไถ่บ้านน้อยสามเหลี่ยม และโบสถ์นิกายอื่นๆหลายแห่ง ข้างโรงแรมแก่นอินทร์ด้วย ครับ โบสถ์เหล่านี้มีมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ผมเลยครับ
 


- ส่วนคนอีสานพื้นเพจริงๆจะอยู่รอบๆนอกครับ   และคนไทยที่ย้ายเข้ามาตั้งรกรากก็มาจากทางโคราช คนเมืองหลวงเพิ่งเข้ามาบูมไม่นานมานี้ส่วนใหญ่ก็เป็นรุ่นๆผมนี่ล่ะครับส่วนน้อยที่เป็นคนกรุงเทพรุ่นปู่ย่าตายายมาตั้งรกรากที่ขอนแก่น

   จริงๆถ้าจะให้นั่งเขียนเล่าเรื่องเมืองขอนแก่น สำหรับผมคงเขียนกันได้เป็นคอลัมม์ๆ ได้หลายตอนเลยทีเดียว เพราะตั้งแต่เกินจนตอนนี้ อายุ 40  ก็อยู่ขอนแก่นตลอด เห็นวิวัฒนาการในทุกๆด้าน ถ้ามีโอกาสก็อยากจะเขียนเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ  จึงขอร่วมสนุกกับ Khonkaenlink เว็บที่วิวัฒนาการดีเยี่ยมที่กราพพุ่งขึ้นไม่มีตกลงซักที ในครั้งนี้ครับ

ครูอุ๋ย ณะทนัน นันทพฤกษา (เล่าปั่น)
เสื้อ size L

ปล.ขอขอบคุณภาพประกอบต่างๆจากการค้นหาใน google ครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 12, 2014, 01:01:14 AM โดย deltaman »





ออฟไลน์ engon

  • หญิงเมืองขอน
  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 1,858
  • จิตพิสัย: 975
  • เพศ: หญิง
  • ลูกอิสานขนานแท้...ลาวแดนแด้บ่เคยลืมซาติ
    • http://engon.webs.com/
ซุม สว.เล่าเรื่องความหลังเป็นตาสะออนเนาะ...ว่าแต่ว่าเด็กๆรุ่นหลังจะนึกภาพออกไหมน้อ  ขอบคุณเรื่องราวนะคะ




ออนไลน์ KING007

  • อุปศักดิ์มีไว้ให้พุ่งชน facebook/kingwit king
  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 3,424
  • จิตพิสัย: 60
  • เพศ: ชาย
  • CAD-CAM & CNC




ออฟไลน์ Zent

  • วงล้อก็หมุนไปตามธรรมชาติของมัน เราจะร้อนไปทำไม
  • KKL Admin
  • 20,000
  • *
  • กระทู้: 20,983
  • จิตพิสัย: 2508
  • เพศ: ชาย
  • เป็นแค่เงา เฝ้าดูอยู่ข้างหลัง-หน้าที่คือพลซุ่มโป่ง
ที่เล่ามาเหมือนจะทันเกือบทุกอันเลยคับ  ("-_-")




ออฟไลน์ deltaman

  • ห้องพักเรือนสบาย ใกล้ตลาดจอมพล บึงทุ่งสร้าง ศูนย์ราชการ
  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 3,164
  • จิตพิสัย: 303
  • เพศ: ชาย
  • เรือนสบายขอนแก่น รายเดือน 3000 รายวัน 300
    • เรือนสบายขอนแก่น
ที่เล่ามาเหมือนจะทันเกือบทุกอันเลยคับ  ("-_-")

แสดงว่าอยู่ในกลุ่ม สว เหมือนกันนะ 5555




ออฟไลน์ deltaman

  • ห้องพักเรือนสบาย ใกล้ตลาดจอมพล บึงทุ่งสร้าง ศูนย์ราชการ
  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 3,164
  • จิตพิสัย: 303
  • เพศ: ชาย
  • เรือนสบายขอนแก่น รายเดือน 3000 รายวัน 300
    • เรือนสบายขอนแก่น
update บทสรุป เหตุแห่งความน่าตาดีของ คนขอนแก่นยุคนี้




ออฟไลน์ golfinter

  • เพื่อนของเรา
  • **
  • กระทู้: 411
  • จิตพิสัย: 6
  • เพศ: ชาย
ผมมีโอกาสได้ไปทำงานที่ขอนแก่นเป็นระยะเวลาประมาณ 3ปี ขอบอกเลยครับว่ารักจังหวัดนี้ไม่แพ้คนขอนแก่น ผมได้มีเพื่อนที่น่ารักและจริงใจ
ขอบคุณโอกาสที่ทำให้ผมมีประสบการณ์ที่ดีกับจังหวัดขอนแก่นนี้ครับ




ออฟไลน์ aod2555

  • เพื่อนของเรา
  • **
  • กระทู้: 118
  • จิตพิสัย: 4
มีอะไรก็มาเล่าเพิ่มเติมนะครับ อยากอ่านต่อ




ออฟไลน์ **PichiTchai**

  • เพื่อนของเรา
  • **
  • กระทู้: 425
  • จิตพิสัย: 6
  • เพศ: ชาย
ดีๆครับได้รู้สิ่งที่ไม่รู้ครับ




ออฟไลน์ Gu Bug Por

  • เพื่อนใหม่
  • *
  • กระทู้: 1
  • จิตพิสัย: 0
ร้านชิลๆปาร์ตี้เฮาร์แถวคุ้มหนองคูหลังตะวันแดงมหาซนปัจตุบัน และร้านมิสเตอร์ชาย ติดรางรถไฟข้างเซนทรัลคือร้านเหล้าประจำผมเลย ฮ่าๆๆ ยูบาร์เมื่อก่อนเคยเป็นผับชื่อ T-rex ด้วยถ้าจำไม่ผิด ชอบมากเลยอ่านเรื่องแบบนี้ ถ้ามีรูปด้วยยิ่งดีเลย ชอบคับชอบ