facebook button facebook button facebook button facebook button
                       



หัวข้อ: ประมวลภาพ"ปั่นสองน่อง ท่องเวียงเก่า เมืองในหุบเขาดึกดำบรรพ์" จ.ขอนแก่น  (อ่าน 14699 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

KKLNEWS

  • Administrator
  • super star
  • *****
  • จิตพิสัย: 1675
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 83,212

    ยูทูปไม่ชัดให้กดที่ฟันเฟือง ปรับไปที่ 720 p HD

    คลิป ปั่นสองน่อง ท่องเวียงเก่า เมืองโบราณในหุบเขาดึกดำบรรพ์ จ.ขอนแก่น
    ช่วง " ปั่นชมพระอาทิตย์เบิกฟ้า ณ ผาชมตะวัน " วันที่ 4 พ.ค57


    ปั่นขึ้นไปเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดถ้ำผาเกิ้ง
    ..................................


    จุดปล่อยตัว ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอภูเวียง



















    ททท. ขอนแก่น ร่วมกับ เครือข่ายชมรมจักรยานขอนแก่น / ศูนย์อนามัยที่ 6 ขอนแก่น / กลุ่มเสือภูเวียง
    จัด “ปั่นสองน่อง ท่องเวียงเก่า เมืองในหุบเขาดึกดำบรรพ์”

    นายนพรัตน์  กอกหวาน  ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ( ททท. ) สำนักงานขอนแก่น  เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ ๓-๔ พฤษภาคม  ๒๕๕๗  ที่ผ่านมา  ททท. สำนักงานขอนแก่น ร่วมกับเครือข่ายชมรมจักรยานจังหวัดขอนแก่น  จัดกิจกรรมจักรยานท่องเที่ยว “ปั่นสองน่อง ท่องเวียงเก่า เมืองในหุบเขาดึกดำบรรพ์” ที่อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลุ่มสนใจการปั่นจักรยานท่องเที่ยวได้ท่องเที่ยวสัมผัสเส้นทางใหม่ ๆ ของจังหวัดขอนแก่น

    อำเภอเวียงเก่า เป็นดินแดนที่ถูกโอบล้อมด้วยทิวเขา มีมนต์เสน่ห์ เต็มไปด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติ ความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยา มีร่องรอยอารยธรรมของชุมชนที่มีอายุหลายพันปี และเป็นสถานที่แรกที่มีการค้นพบร่องรอยไดโนเสาร์ รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายในอำเภอเวียงเก่า  จึงนับว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวสูง และเพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ททท.สำนักงานขอนแก่น จึงจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยใช้จักรยานเป็นพาหนะเดินทางท่องเที่ยว 
     
    ทัวร์จักรยานครั้งนี้ เริ่มต้นปั่นบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอภูเวียง นำสมาชิกปั่นเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวและธรรมชาติ  พร้อมเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ในอำเภอเวียงเก่า เช่น ประวัติศาสตร์  ศาลเจ้าจอมนรินทร์    นักรบผู้กล้าหาญที่ยอมเสียชีพแต่ไม่เสียสัตย์  อุทยานไดโนเสาร์ศรีเวียง สวนสาธารณะที่รวบรวมหุ่นจำลองไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่าง ๆ ที่สามารถเคลื่อนไหวและส่งเสียงร้องได้  โรงเรียนภูเวียงวิทยายน  โรงเรียนประชาบาลแห่งแรกของจังหวัดขอนแก่น  ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์  หรือ  พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง  พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์แห่งแรกของประเทศไทย  และ  วัดถ้ำผาเกิ้ง  สถานปฏิบัติธรรมบนเทือกเขาภูเวียงที่มีความสวยงามโดดเด่น  นอกจากนี้  สมาชิกนักปั่นยังได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดโดยการพักแรมและเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง  ทั้งผาชมตะวัน  และต้นยางยักษ์

    ผู้อำนวยการ  ททท. สำนักงานขอนแก่น  กล่าวเพิ่มเติมว่า  นอกจากการจัดทัวร์จักรยานดังกล่าวแล้ว  ททท. สำนักงานขอนแก่น  ยังได้จัดทำเอกสารประชาสัมพันธ์เส้นทางจักรยานท่องเที่ยว  “เวียงเก่า  เมืองในหุบเขาดึกดำบรรพ์ที่ขอนแก่น”  เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลและศักยภาพการท่องเที่ยวของเส้นทางดังกล่าว  โดยผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับเอกสารได้ที่  ททท. สำนักงานขอนแก่น  โทร  ๐ ๔๓๒๒ ๗๗๑๔ – ๖  หรือ  www.facebook.com/TAT.KhonkaenOffice

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานขอนแก่น                 
    ๒๗๗ / ๒๐ – ๒๑  ถ.กลางเมือง  อ.เมือง  จ.ขอนแก่น  ๔๐๐๐๐
    โทรศัพท์  ๐ ๔๓๒๒ ๗๗๑๔  โทรสาร  ๐ ๔๓๒๒ ๗๗๑๗, ๐ ๔๓๒๒ ๗๗๑๙
    E-mail : tatkhkn[member=104605]tat[/member].or.th  www.tourismthailand.org                         
    เขตรับผิดชอบ : ขอนแก่น  ร้อยเอ็ด  กาฬสินธุ์  มหาสารคาม                                     

    .........................................
    (หมายเหตุ เราจะประมวลภาพแบบไม่เรียงภาพตามเหตุการณ์นะครับ)

    กระทู้ที่เกี่ยวข้อง
    http://forum.khonkaenlink.info/index.php?topic=17257589.0


    ที่มาภาพ
    https://www.facebook.com/chong009/media_set?set=a.765117660188437&type=1


    ........................................................................................
    « แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 10, 2015, 11:17:15 AM โดย ขอนแก่นลิ้งค์007 »
    บันทึกการเข้า


    KKLNEWS

    • Administrator
    • super star
    • *****
    • จิตพิสัย: 1675
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 83,212

      ทราบมาจาก ทางทัวร์ริ่ง สารคามที่ร่วมทริปกับเรา จะพาเจ้าตัวนี้ไปด้วยตลอดเวลา ( แหม ช่างน่ารักจริงๆ)
      ...............
      « แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 10, 2015, 12:39:47 PM โดย ขอนแก่นลิ้งค์007 »
      บันทึกการเข้า


      KKLNEWS

      • Administrator
      • super star
      • *****
      • จิตพิสัย: 1675
      • ออฟไลน์ ออฟไลน์
      • กระทู้: 83,212








        ณ ศาลเจ้าจอมนรินทร์

        ศาลเจ้าจอมปากช่องภูเวียง (ศาลเจ้าจอมนรินทร์)

        ประวัติพระยานรินทร์  “เจ้าจอมปากช่องภูเวียง”


                                        ปากช่องภูเวียง เดิมเป็นพื้นที่ในเขตรับผิดชอบของอำเภอภูเวียงทั้งหมด แต่ปัจจุบันเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตรับผิดชอบของอำเภอภูเวียงกับอำเภอเวียงเก่า ซึ่งแยกจากอำเภอภูเวียงตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 โดยกระทรวงมหาดไทยได้มีประกาศให้ถือเอาสันปันน้ำของเขาภูเวียงและแนวสันทำนบกั้นลำน้ำบองบริเวณปากช่องภูเวียงเป็นแนวแบ่งเขตของอำเภอทั้งสอง ณ บริเวณปากช่องภูเวียงแห่งนี้มีเรื่องเล่าขานและประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้หลายเรื่องราว แต่สิ่งที่ประชาชนทั่วไปได้ให้ความสนใจมากที่สุดก็คือความเป็นมาของศาลเจ้าจอมปากช่องภูเวียง หรือศาลเจ้าจอมนรินทร์

        พระยานรินทร์ คือใคร ?
                                        บิดาของพระยานรินทร์ คือพระนรินทร์สงคราม (อาจารย์คำ) เจ้าเมืองสี่มุมคนแรกบรรพบุรุษเป็นคนเชื้อสายลาวเวียงจันทน์ มาตั้งรกรากอยู่ที่บ้านนารายณ์ ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อครั้งพระเจ้าตากสินยกทัพหลวงขึ้นมาปราบก๊กเจ้าพิมาย อาจารย์คำได้พาชาวบ้านนารายณ์สวามิภักดิ์ต่อพระเจ้าตากสิน และพาชาวบ้านอาสาร่วมรบกับทัพหลวงของพระเจ้าตากสินตีด่านจอหอจนแตกพ่าย พระเจ้าตากสินทรงยกย่องอาจารย์คำว่าเป็นผู้มีฝีมือดี รบพุ่งไพรีไม่มีถอย เมื่อการปราบปรามก๊กเจ้าพิมายได้เสร็จสิ้นแล้ว อาจารย์คำจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นพระนรินทร์สงคราม เจ้าเมืองสี่มุม ขึ้นตรงต่อเมืองนครราชสีมา ปัจจุบันบ้านสี่มุมอยู่ในตำบลพลกรัง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พระยานรินทร์ เป็นผู้มีความรู้เฉลียวฉลาด มีความสามารถในกิจกรรมทั้งปวง เป็นกำลังสำคัญของบิดาในการปราบปรามโจรผู้ร้ายและช่วยราชการงานเมืองทั่วไป ทำให้ราษฎรเมืองสี่มุมได้รับความร่มเย็นเป็นสุขตลอดเวลาที่พระนรินทร์สงครามปกครองบ้านเมือง ต่อมาเมื่อบิดาถึงแก่กรรม จึงทรงโปรดเกล้าแต่งตั้งให้พระยานรินทร์เป็นเจ้าเมืองสี่มุมสืบต่อมา พระยานรินทร์ได้ปรึกษากับกรมการเมืองแล้วเห็นว่าเมืองสี่มุมเดิมไม่เหมาะที่จะเป็นเมืองใหญ่จึงย้ายที่ตั้งเมืองสี่มุมในที่แห่งใหม่ ห่างจากที่ตั้งเมืองสี่มุมเดิมประมาณ 40 กิโลเมตร

        พระยานรินทร์กับเหตุการณ์กบฏเจ้าอนุวงศ์
        -----------------
        การจัดทัพของฝ่ายกบฏ
                                        เมื่อปี พ.ศ.2369 เจ้าอนุวงศ์เจ้าผู้ครองเวียงจันทน์ ซึ่งขณะนั้นเป็นเมืองประเทศราชของราชอาณาจักรไทย ได้ก่อการกบฏและเกลี้ยกล่อมเมืองต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคอีสานให้ยอมเข้าด้วย โดยหลอกเจ้าเมืองต่าง ๆ ว่าจะยกทัพมาช่วยกรุงเทพฯ รบกับอังกฤษ หากเจ้าเมืองใดทราบความจริงและต่อต้านก็จะสังหารเสีย เมืองที่เข้าด้วยกับฝ่ายเจ้าอนุวงศ์มีเมืองสี่มุม (จตุรัส) ซึ่งมีเจ้าเมืองคือพระยานรินทร์ซึ่งเป็นนักรบที่เข้มแข็งมากรวมอยู่ด้วย ฝ่ายลาวซึ่งก่อการกบฏโดยส่งคนไปเจรจากับเมืองเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่และน่าน โดยนัดหมายให้มาตีกรุงเทพฯ พร้อมกับทัพเวียงจันทน์และญวน ถ้าหัวเมืองล้านนาไม่พร้อมก็ขอให้วางตัวเป็นกลาง อย่าสนับสนุนกรุงเทพฯ ปรากฏว่าเมืองแพร่และน่านรับจะให้ความสนับสนุนเต็มที่แต่เมืองเชียงใหม่ ลำปางและลำพูน สงวนท่าทีที่จะเข้าร่วมกับเจ้าอนุวงศ์อย่างเต็มตัว แต่ยอมให้ความร่วมมือไม่ยกทัพมาสนับสนุนกรุงเทพฯ เท่านั้น ท่าทีของ 3 หัวเมือง ทำให้เมืองแพร่และน่านเปลี่ยนท่าทีในเวลาต่อมา กองทัพฝ่ายลาวเมื่อเห็นว่าจะไม่สามารถเข้าตีกรุงเทพฯ ได้ จึงกวาดต้อนครอบครัวชาวลาวที่ถูกกวาดต้อนจากเวียงจันทน์มาตั้งรกรากอยู่ที่เมืองสระบุรี เมืองนครราชสีมา และเมืองใกล้เคียง ตั้งแต่เมื่อครั้งกองทัพไทยตีอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์แตกในสมัยกรุงธนบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2321 เมื่อฝ่ายไทยทราบจึงได้ยกทัพติดตาม ฝ่ายลาวได้ถอยทัพโดยตั้งรับ 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่หลักคือบริเวณจังหวัดหนองบัวลำภูในปัจจุบัน เป็นพื้นที่ตั้งรับที่สำคัญที่สุดเพราะอยู่ใกล้เวียงจันทน์ หากบริเวณนี้แตกเวียงจันทน์ก็ตกอยู่ในอันตรายทันที พื้นที่นี้มีค่ายหลักอยู่ 4 ค่าย คือ ค่ายหนองบัวลำภู มีพระยานรินทร์ อดีตเจ้าเมืองสี่มุมเป็นแม่ทัพ มีกำลังทหาร 3,000 คน ค่ายช่องข้าวสาร เจ้าอนุวงศ์คุมเอง มีกำลังทหาร 20,000 คน ค่ายตำบลสนม มีพระยาเชียงสาเป็นแม่ทัพมีกำลัง 5,000 คน และค่ายช่องวัวแตก มีกองคำเป็นแม่ทัพ มีกำลัง 4,000 คน รวมพื้นที่หลักมีกำลัง 32,000 คน ส่วนพื้นที่รอง ได้แก่ พื้นที่ปีกขวาหรือพื้นที่ลุ่มแม่น้ำป่าสัก ตั้งทัพอยู่ที่เมืองหล่ม มีเจ้าราชวงษ์เป็นแม่ทัพ พื้นที่ลุ่มน้ำชีตอนล่าง มี 2 ค่าย ที่เมืองร้อยเอ็ด และค่ายเวียงคุก เมืองยโสธร พื้นที่ลุ่มน้ำมูล เดิมมี 3 ค่าย คือ ค่ายที่นอกเมืองโคราช ค่ายมูลเค็งที่พิมาย และค่ายเมืองสุวรรณภูมิ ภายหลังที่เจ้าอนุวงศ์ถอนทัพกลับเวียงจันทน์ก็สั่งให้เผาค่ายเสียก่อนการจัดทัพของฝ่ายไทยในตอนแรกฝ่ายไทยตกใจมากที่กำลังกบฏยกมาถึงสระบุรี ซึ่งระยะห่างจากกรุงเทพฯ แค่เดินทัพ 3 วัน ทางฝ่ายผู้นำไทยจึงได้ระดมกองทัพตั้งรับที่กรุงเทพฯ ชานเมือง และเมืองใกล้เคียง เพราะคิดว่าเจ้าอนุวงศ์คงมาตีกรุงเทพฯ แต่เมื่อทราบว่ากองทัพกบฏถอยจากสระบุรีและนครราชสีมา ฝ่ายไทยก็เริ่มแผนการโจมตีฝ่ายกบฏ โดยแบ่งกำลังเป็น 3 กองทัพ คือ กองทัพหลวง ไปประชุมทัพที่ท่าเรือพระพุทธบาท สระบุรี แล้วเดินทัพไปทางดงพระยาไฟและดงพระยากลาง มุ่งสู่นครราชสีมา แล้วตีขึ้นเหนือไปทางชัยภูมิ ช่องสามหมอ ภูเวียง สู่หนองบัวลำภู โดยมีสมเด็จกรมพระราชวังบวรสถานมงคล เป็นแม่ทัพ กองทัพเหนือ ส่วนหนึ่งยกขึ้นไปตามลำน้ำป่าสักสู่เพชรบูรณ์ อีกส่วนหนึ่งเป็นทัพหัวเมืองเหนือยกมาจากเมืองพิษณุโลก เป้าหมายคือเมืองหล่ม ซึ่งมีเจ้าราชวงษ์เป็นแม่ทัพฝ่ายลาว ส่วนฝ่ายไทยมีเจ้าพระยาอภัยภูธรเป็นแม่ทัพ กองทัพตะวันออกมีหลายทัพ ประชุมพลที่เมืองประจันตคามเข้าสู่ภาคอีสานทางช่องเรือแตก 4 ทัพ ผู้มีบทบาทมากที่สุดในกองทัพตะวันออกคือ พระยาราชสุภาวดี

        การสู้รบของสองฝ่าย
                                        กองทัพไทยตีโต้กองทัพกบฏอย่างรวดเร็ว กองทัพไทยกองแรกเคลื่อนทัพในวันที่3 มีนาคม 2369 และยึดเวียงจันทน์ได้ในวัน 13 พฤษภาคม 2369 ใช้เวลาไม่ถึง 3 เดือน โดยในปลายเดือนเมษายนก็ยึดนครสีมาไว้ได้ เนื่องจากฝ่ายกบฏถอนตัวไปก่อนแล้ว จากนั้นแม่ทัพหน้าคือพระราชสุภาวดีก็กวาดล้างกองกำลังของฝ่ายกบฏในลุ่มแม่น้ำมูล ชี หมดในเวลาอันรวดเร็ว หลังจากตีค่ายมูลเค็งที่พิมายได้ ก็เดินข้ามทุ่งกุลาร้องไห้ไปตีค่ายเวียงคุกที่ยโสธรแตก จากนั้นก็เคลื่อนทัพสู่ลุ่มน้ำมูลตอนล่าง ช่วงเวลาดังกล่าวชาวเมืองอุบลพากันแข็งเมืองต่อเจ้านครจำปาศักดิ์
        (เจ้าราชบุตรโย้) ซึ่งเป็นแม่ทัพของเจ้าอนุวงศ์ เจ้าราชบุตรกับไพร่พลจึงหนีไปจำปาศักดิ์ กองทัพไทยเมื่อตีเมืองในลุ่มแม่น้ำมูลและชีกับลุ่มแม่น้ำโขงส่วนนี้ได้แล้ว ก็ ยกกำลังไปตั้งที่มุกดาหารและนครพนม สำหรับกองทัพไทยฝ่ายเหนือ 2 กองทัพ ก็ตีเมืองหล่มได้ ฝ่ายกบฏเหลือแต่กองทัพหลักที่ตั้งอยู่ตอนใต้ของเวียงจันทน์ กองทัพไทย 5 กอง กำลัง 8,400 คน เข้าตีค่ายหนองบัวลำภูซึ่งมีพระนรินทร์เป็นแม่ทัพ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2369 และตีค่ายหนองบัวลำภูแตกในวันที่ 4 พฤษภาคม 2369 แล้วยกกำลังไปตั้งค่ายที่บ้านส้มป่อย ห่างจากค่ายช่องข้าวสารค่ายที่สำคัญที่สุดของเจ้าอนุวงศ์เพียง 10 กิโลเมตร ทัพลาวได้ผนึกกำลังเป็น 3 ทัพ ล้อมค่ายส้มป่อยอยู่ 7 วัน  ฝ่ายไทยขาดเสบียงทัพใกล้จะแตกอยู่แล้ว กองทัพหนุนของไทยเข้าไปช่วยได้ทัน ทัพหนุนไทยตีขนาบทัพลาวจากด้านนอก ขณะที่ทหารค่ายส้มป่อยตีออกมาจากด้านใน ทัพลาวแตกยับเยินในวันที่ 13 พฤษภาคม 2369  ฝ่ายเจ้าอนุวงศ์เมื่อทราบว่าค่ายหนองบัวลำภูแตก ก็ออกจากค่ายช่องข้าวสารบอกทหารว่าจะไปตั้งรับที่เวียงจันทน์ แต่ความจริงได้พาครอบครัวหนีไปพึ่งญวน ต่อมากองทัพลาวที่ค่ายช่องข้าวสารก็แตกหนีทิ้งค่ายไปเวียงจันทน์หมด เมื่อเจ้าอนุวงศ์ผู้นำกบฏทิ้งเมืองหลวง กองทัพไทยก็เข้ายึดเวียงจันทน์ได้อย่างง่ายดาย เจ้าอนุวงศ์ถูกเจ้าน้อยเมืองพวนเชียงขวางชี้แหล่งหลบซ่อนให้ทหารไทยจับตัวได้พร้อมภรรยาและบุตร รวม 14 คน ถูกส่งตัวถึงกรุงเทพฯ ในวันที่ 15 มกราคม 2371 ถูกนำไปใส่กรงประจานที่สนามหลวง อยู่ได้ 7 – 8 วัน ก็ป่วยเป็นโรคลงโลหิตตาย เมื่ออายุได้ 60 ปี

        พระยานรินทร์ผู้ยอมสละชีวิตเยี่ยงชายชาติทหาร
                                        ย้อนกลับไปกล่าวถึงวีรกรรมของพระยานรินทร์ ซึ่งเป็นแม่ทัพที่ค่ายหนองบัวลำภูมีการกล่าวถึงพระยานรินทร์ว่า เป็นผู้มีฝีมือในการสู้รบ จิตใจเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ต่อสู้จนไพร่พลแตกหนีหมด เหลือแต่ตัวกับหลานชายและพลทหารอีก 6 คน จึงถูกจับได้ ฝ่ายไทยเห็นความเป็นยอดนักรบจึงเสนอชุบเลี้ยง จะให้ตำแหน่งเป็นแม่ทัพตามเดิม แต่พระยานรินทร์ขอตายอย่างสมเกียรติแม่ทัพ คือให้เอาช้างแทงเสียโดยไม่สะทกสะท้าน และได้มีการจัดการศพเหมือนเชลยทั่วไป

        ....................
        « แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 10, 2015, 11:55:51 AM โดย ขอนแก่นลิ้งค์007 »
        บันทึกการเข้า


        KKLNEWS

        • Administrator
        • super star
        • *****
        • จิตพิสัย: 1675
        • ออฟไลน์ ออฟไลน์
        • กระทู้: 83,212
          อุทยานไดโนเสาร์ศรีเวียง

          ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองเก่าพัฒนา อำเภอเวียงเก่า เป็นสวนสาธารณะริมเส้นทางระหว่างทางไปอุทยานแห่งชาติภูเวียง มีพื้นที่ 25 ไร่ มีฉากหลังเป็นเทือกเขาภูเวียง ในบริเวณจัดทำเป็นสวนพักผ่อน สวนสุขภาพ มีโขดหิน น้ำตก บ่อน้ำ สวนหย่อม สนามนั่งเล่น มีหุ่นไดโนเสาร์จำลองเรียงรายทั่วบริเวณนับร้อยตัว บางตัวสามารถร้องได้ เคลื่อนไหวได้คล้ายของจริง เป็นไดโนเสาร์ที่มีการค้นพบฟอสซิลในภาคอีสาน การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปอุทยานแห่งชาติภูเวียง โดยเดินทางจากขอนแก่นถึงอำเภอภูเวียงระยะทาง 70 กิโลเมตร และเดินทางจากตัวอำเภอต่อไปอีก 7 กิโลเมตร จะเห็นอุทยานไดโนเสาร์ศรีเวียงอยู่ด้านซ้ายมือ







           

          ดูเพิ่มเติม
          https://www.facebook.com/chong009/media_set?set=a.585547411478797.1073741873.100000706316606&type=3&hc_location=ufi

          ...................
          « แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 10, 2015, 12:51:41 PM โดย ขอนแก่นลิ้งค์007 »
          บันทึกการเข้า


          KKLNEWS

          • Administrator
          • super star
          • *****
          • จิตพิสัย: 1675
          • ออฟไลน์ ออฟไลน์
          • กระทู้: 83,212
            พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง (อังกฤษ: Phu Wiang Dinosaur Museum)

            เป็นพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาแห่งหนึ่ง โดยเน้นที่การจัดแสดงเรื่องราวของซากดึกดำบรรพ์ สังกัดกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งอยู่บนพื้นที่สาธารณประโยชน์โคกสนามบินเนื้อที่ 100 ไร่ ในเขตพื้นที่ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ก่อสร้างด้วยเงินงบประมาณจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และอยู่ในความกำกับดูแลของกรมทรัพยากรธรณี เริ่มเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เปิดให้บริการระหว่างเวลา 09.00 - 17.00 น. ปิดบริการทุกวันจันทร์ ยกเว้นวันจันทร์ที่ตรงกับวัดหยุดนักขัตฤกษ์จะเปิดให้บริการตามปกติ


             
            « แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 10, 2015, 12:06:23 PM โดย ขอนแก่นลิ้งค์007 »
            บันทึกการเข้า


            KKLNEWS

            • Administrator
            • super star
            • *****
            • จิตพิสัย: 1675
            • ออฟไลน์ ออฟไลน์
            • กระทู้: 83,212
              โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม

              โรงเรียนภูเวียงวิทยายน เป็นโรงเรียนประชาบาลแห่งแรกของจังหวัดขอนแก่น เมื่อ พ.ศ. 2441 ทางราชการได้ประกาศโครงการศึกษาแห่งชาติฉบับแรก ได้มอบหมายให้หัวเมืองต่าง ๆ จัดตั้งโรงเรียนขึ้นเพื่อสอนวิชาต่าง ๆ โดยเฉพาะภาษาไทย เมืองภูเวียงเป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่ พ. ศ. 2369 จึงได้จัดตั้งโรงเรียนขึ้น วันที่ 1 เมษายน ร. ศ. 117 ( พ.ศ. 2441) พระศรีทรงไชย ผู้ว่าราชการเมืองภูเวียงได้จัดตั้งโรงเรียนขึ้น โดยได้บริจาคทรัพย์ของตนเดือนละ 10 บาท จ้างครูสอน การเรียนการสอน แบ่งออกเป็น 3 พวก คือ 1. พวก กข 2. พวก แจก ผัน สะกด 3. พวก อ่านออกเขียนได้ พ.ศ. 2442 ประสิทธิ์สรรพการ ข้าหลวงกับราชการบริเวรภาชี ซึ่งมาประจำเมืองขอนแก่น ได้เพียง 8 เดือน ก็ย้ายจากเมืองขอนแก่นมาอยู่ที่เมืองภูเวียง ได้ช่วยพระศรีทรงไชยจัดการเรียนการสอนให้ดีขึ้น โดยใช้วัดเป็นสถานที่เรียน พ.ศ. 2445 เมืองภูเวียงถูกยุบเป็นอำเภอ ขึ้นต่อเมืองขอนแก่น ตำแหน่งเจ้าเมืองก็ถูกปรับลงเป็นตำแหน่งนายอำเภอ พ.ศ. 2451 ( ร.ศ. 127) อำเภอภูเวียง ได้ปรับปรุงการเรียนการสอนใหม่ โดยจัดตั้งเป็นโรงเรียนชั้นมูลศึกษา พระศรีทรงไชย นายอำเภอภูเวียง ได้พร้อมใจ กันกับกรรมการและเสมียนพนักงานในอำเภอภูเวียง บริจาคทรัพย์ 72 บาท จัดตั้งโรงเรียน ชั้นมูลฐาน ได้จ้างนายชาลี เป็นครูสอน มีนักเรียนทั้งหมด 37 คน เจ้าพระยาวิชิต วงษ์วุฒิไกร ข้าหลวงมณฑลอุดร ได้มีหนังสือกราบทูลไปยังพระเจ้าน้องยาเธอกรมขุนสมมตอมรพันธ์ ราชเลขาธิการในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองพระบาท 19 กันยายน 2451 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกระแสรับสั่งอนุโมทนาลงมา เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2451 พ.ศ. 2475 โรงเรียนได้สร้างอาคารเรียนขึ้นใหม่ โดยใช้เงินงบประมาณของทางราชการ 41,828 บาท 11 สตางค์ อำมาตย์เอก พระยาบริหารราชการอาณาเขต ( ยิ้ม นีละโยธิน) ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นหัวแรงในการของบประมาณมาสร้างในครั้งนี้ ได้ดำเนินขอนามพระราชทานผ่านทางมณฑลอุดร วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามลงมาว่า “ภูเวียงวิทยายน”

               
              ..............................


               


              ดูเพิ่มเติม
              https://www.facebook.com/chong009/media_set?set=a.585540981479440.1073741872.100000706316606&type=3&hc_location=ufi

              .....................
              « แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 10, 2015, 12:37:52 PM โดย ขอนแก่นลิ้งค์007 »
              บันทึกการเข้า


              KKLNEWS

              • Administrator
              • super star
              • *****
              • จิตพิสัย: 1675
              • ออฟไลน์ ออฟไลน์
              • กระทู้: 83,212

                ก่อนปั่น หมอออยขอแอ็คซะหน่อย
                « แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 06, 2014, 09:55:42 AM โดย ขอนแก่นลิ้งค์01 »
                บันทึกการเข้า


                KKLNEWS

                • Administrator
                • super star
                • *****
                • จิตพิสัย: 1675
                • ออฟไลน์ ออฟไลน์
                • กระทู้: 83,212
                บันทึกการเข้า


                KKLNEWS

                • Administrator
                • super star
                • *****
                • จิตพิสัย: 1675
                • ออฟไลน์ ออฟไลน์
                • กระทู้: 83,212

                  ปั่นขึ้นชม "ผาชมตะวัน"
                  « แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 06, 2014, 09:55:14 AM โดย ขอนแก่นลิ้งค์01 »
                  บันทึกการเข้า


                  KKLNEWS

                  • Administrator
                  • super star
                  • *****
                  • จิตพิสัย: 1675
                  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
                  • กระทู้: 83,212
                  บันทึกการเข้า


                  KKLNEWS

                  • Administrator
                  • super star
                  • *****
                  • จิตพิสัย: 1675
                  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
                  • กระทู้: 83,212

                    น้องการ์ตูนพร้อมทีมจาก ช่อง9 อสมม ก็มาร่วมทำสกู๊ปข่าว (่น่ารักทั้งทีมงานสัมภาษณ์และผู้ร่วม โดยเฉพาะกลุ่มสาวๆ



                     สองสาว ณ ผาชมตะวัน
                    « แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 06, 2014, 10:03:01 AM โดย ขอนแก่นลิ้งค์01 »
                    บันทึกการเข้า


                    KKLNEWS

                    • Administrator
                    • super star
                    • *****
                    • จิตพิสัย: 1675
                    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
                    • กระทู้: 83,212

                      ปั่นไปชม ต้นยางยักษ์(ขนาดวัดรอบ 9.59 เมตร ความสูง 25 เมตร) ประมาณ 8 คนโอบรอบ


                      ยูทูปไม่ชัดให้กดที่ฟันเฟือง ปรับไปที่ 720 p HD
                      คลิป ปั่นสองน่อง ท่องเวียงเก่า เมืองโบราณในหุบเขาดึกดำบรรพ์ จ.ขอนแก่น
                      ช่วง " ปั่นตามหาต้นยางยักษ์(ขนาดวัดรอบ 9.59เมตร สูง 25 เมตร ประมาณ8คนโอบรอบ) วันที่ 4 พ.ค 57
                      « แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 06, 2014, 11:39:23 AM โดย ขอนแก่นลิ้งค์01 »
                      บันทึกการเข้า


                      KKLNEWS

                      • Administrator
                      • super star
                      • *****
                      • จิตพิสัย: 1675
                      • ออฟไลน์ ออฟไลน์
                      • กระทู้: 83,212

                        ยูทูปไม่ชัดให้กดที่ฟันเฟือง ปรับไปที่ 720 p HD


                        ยูทูปไม่ชัดให้กดที่ฟันเฟือง ปรับไปที่ 720 p HD
                        คลิป ปั่นสองน่อง ท่องเวียงเก่า เมืองโบราณในหุบเขาดึกดำบรรพ์ จ.ขอนแก่น
                        ช่วง " พักผ่อนตามอัธยาศัย ณ ลานกางเต็นท์ อช.ภูเวียง
                        « แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 10, 2015, 12:15:19 PM โดย ขอนแก่นลิ้งค์007 »
                        บันทึกการเข้า


                        KKLNEWS

                        • Administrator
                        • super star
                        • *****
                        • จิตพิสัย: 1675
                        • ออฟไลน์ ออฟไลน์
                        • กระทู้: 83,212
                        บันทึกการเข้า


                        KKLNEWS

                        • Administrator
                        • super star
                        • *****
                        • จิตพิสัย: 1675
                        • ออฟไลน์ ออฟไลน์
                        • กระทู้: 83,212
                        บันทึกการเข้า




                         


                        KKLmember Khonkaenoa โรงเรียนสอนเสริมสวยครูป๋อม ฝึกอาชีพด้านความงามครบวงจร ที่ดังที่สุดในขอนแก่น