ผู้เขียน หัวข้อ: รถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาประเทศไทย ที่ควรสนใจ  (อ่าน 25298 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ sk-2009

  • มาคักแท้น้อ
  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 1,449
  • จิตพิสัย: 47
  • เพศ: ชาย
Re: รถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาประเทศไทย ที่ควรสนใจ
« ตอบกลับ #75 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2013, 08:40:53 PM »
ลาวเขาจะได้ขี่กันละ




ออฟไลน์ Virus

  • ๋JB air condition
  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 1,199
  • จิตพิสัย: 68
  • ๋JB air condition and services
Re: รถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาประเทศไทย ที่ควรสนใจ
« ตอบกลับ #76 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2013, 11:30:32 PM »
รีบทำๆสนับสนุนๆ อยากนั่ง เบื่อรถทัวร์รถไฟเน่าๆ ไม่ต้องความเร็วสูง เอารางคู่ก็พอ
อย่าเก่งแค่เป็นประเทศที่มีแต่นักศึกษาไม่มีนักทำ ได้แต่หาข้อมูลไปเรือย10ปีศึกษาไม่จบ
ถ้าไม่เริ่มสร้างมันจะมีประโยชน์อะไร บางอย่างไม่ใช่สร้างแล้วไม่คุ้ม
แต่เพราะกลัวโกงไปเข้ากระเป๋าฝ่ายตรงข้าม(ขอแบ่งกันบ้าง) ก็เถียงกันไปอีก5ปี
การพัฒนาช้าลงไปอีก หยุดหยู่กับที่ซะงั้น กี่โครงการแล้วที่มัวแต่หาข้อมูลศึกษาอยู่นั่น
(เคยได้ยินว่าจะเป็นhubพลังงานเอเชีย สุดท้ายโดนสิงคโปร์งาบไปซะ เดินตามเขาจ้อย)
อีกหน่อยหลายโครงการมาเลย์จะเอาไปรับประทานต่อ

โฮบเวล บางมุมมองก็บอกโกงมโหฬาร บางคนก็บอกยังดีที่มีความคิดจะสร้างมันขึ้นเพื่อความสะดวกสบาย
สำหรับผมที่ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรคิดว่า หากไม่มีเสาพวกนั้นไม่มีความคิดจะทำแต่แรก
บางทีตอนนี้เราอาจเพิ่งรู้จักรถไฟฟ้าก็ได้ (รถรางไฟฟ้ามีมานานจนลืมไปแล้วว่าเราก็เคยมี)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 04, 2013, 11:33:47 PM โดย Virus »




ออฟไลน์ sompoat

  • ปัญญาไม่ค่อยมี หน้าตาดีไปวันวัน
  • 10,000
  • ******
  • กระทู้: 19,630
  • จิตพิสัย: 576
  • ปัญญาไม่ค่อยมี หน้าตาดีไปวันวัน
Re: รถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาประเทศไทย ที่ควรสนใจ
« ตอบกลับ #77 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2013, 01:53:15 AM »
ตามที่คณะทำงานประธานที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี (นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์) ได้เผยแพร่คำชี้แจงเรื่อง “รถไฟความเร็วสูงไม่ใช่ภาระหนี้สิน แต่คือโอกาสใหม่ของการสร้างรายได้” ผ่านสื่อสารมวลชน เพื่อแลกเปลี่ยนกับบทวิเคราะห์เรื่อง “ร่าง พ.ร.บ.กู้เงินฯ: เดินหน้าอย่างไรให้ถูกทาง คุ้มค่า และเป็นประชาธิปไตย” ของ ดร.สมชัย จิตสุชน และ ดร.สุเมธ องกิตติกุล แห่งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) นั้น ผู้เขียนขอขอบคุณที่คณะทำงานฯ ให้ความสนใจบทวิเคราะห์ดังกล่าว และขอถือโอกาสร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกลับ ดังนี้

ลงทุนหรือไม่ลงทุน ... อยู่ที่ ‘ความน่าเชื่อถือและความโปร่งใส’ ของการศึกษาความเป็นไปได้


จากที่คณะทำงานฯ ชี้แจงว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงของไทยมีความคุ้มค่าแก่การลงทุน โดยพิจารณาจากผลการประมาณการจำนวนผู้โดยสารขั้นต่ำซึ่งจัดทำโดย Third Railway Survey and Design Institute Group Corporation (TSDI) เมื่อเดือนสิงหาคมและตุลาคม 2555 ซึ่งระบุว่า เพียงแค่เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-หนองคาย ‘รวมกัน’ ก็จะมีปริมาณผู้โดยสารสูงถึง “23.8 ล้านคน-เที่ยว” ในปี 2563 ซึ่งสูงกว่าตัวเลขที่ผู้เขียนเคยระบุว่ารถไฟความเร็วสูงควรมีผู้โดยสารในปีแรกสูงถึง “9 ล้านคน-เที่ยว” เป็นอย่างน้อย จึงจะคุ้มค่ากับต้นทุนดำเนินงาน
ผู้เขียนขอชี้แจงว่า ตัวเลข “9 ล้านคน-เที่ยว” ของผู้เขียนเป็นตัวเลขของจำนวนผู้โดยสารคุ้มทุนสำหรับเส้นทางรถไฟหนึ่งเส้นทางที่มีระยะทาง 500 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่สั้นกว่ากรุงเทพฯ-หนองคาย (530 กิโลเมตร) การที่คณะทำงานฯ เปรียบเทียบตัวเลข “23.8 ล้านคน-เที่ยว” ซึ่งเป็นการรวมสองเส้นทางเข้าด้วยกันและมีเส้นทางที่ยาวกว่า กับ “9 ล้านคน-เที่ยว” เพื่อบอกว่าแม้ใช้ตัวเลขของทีดีอาร์ไอเองก็ยังคุ้มทุน จึงเป็นการใช้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม คณะทำงานฯ หรือผู้อ่านก็อาจแย้งว่าแม้จะปรับลดตัวเลข “23.8 ล้านคน-เที่ยว” ลงตามสัดส่วนระยะทางให้เหลือ 500 กิโลเมตรก็จะได้ตัวเลขสูงกว่า 9 ล้านคน-เที่ยวอยู่ดี แสดงว่ายังคงคุ้มทุน ซึ่งก็อาจถูกต้อง แต่ประเด็นนี้มิใช่สิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อ ผู้เขียนอยากจะตั้งข้อสังเกตมากกว่าว่า ในปีแรกๆ ที่เปิดดำเนินการ จำนวนผู้โดยสารจริงจะมีจำนวนเท่าใด เท่ากับจำนวนที่คุ้มทุนหรือไม่ ไม่ว่าตัวเลขนั้นจะเป็น 9 ล้านคน-เที่ยว หรือ 23.8 ล้านคน-เที่ยว

ตัวอย่างเช่น เมื่อพิจารณาจำนวนผู้เดินทางโดยสายการบินต้นทุนต่ำกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ในปัจจุบัน พบว่ามีเพียงปีละ 5 ล้านคน-เที่ยว ซึ่งหากรถไฟความเร็วสูงเกิดขึ้นจริง ก็คงแบ่งจำนวนผู้โดยสารจากสายการบินต้นทุนต่ำมาส่วนหนึ่ง (น้อยกว่า 5 ล้านคน) ในขณะที่จำนวนผู้โดยสารที่เปลี่ยนจากการเดินทางช่องทางอื่นหรือจำนวนผู้โดยสารใหม่ที่ไปเชียงใหม่เพิ่มขึ้นเพราะมีรถไฟความเร็วสูงให้ใช้บริการจะเป็นจำนวนเท่าไร ก็ยังไม่ทราบแน่ชัด
ผู้เขียนจึงเรียกร้องให้เปิดเผยวิธีการคำนวณ แบบจำลองที่ใช้ และสมมติฐานต่างๆ ที่นำไปสู่การคาดการณ์จำนวนผู้โดยสาร ซึ่งเป็นตัวกำหนดที่สำคัญต่อผลการวิเคราะห์ความเป็นไปได้

เหตุที่ผู้เขียนต้องการให้เปิดเผยรายละเอียดของการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการไม่ว่าจะเป็นระดับ Pre-Feasibility Study ระดับ Feasibility Study และไม่ว่าจะจัดทำโดยหน่วยงานใด เพราะต้องการให้การศึกษาความเป็นไปได้มี ‘ความน่าเชื่อถือ’ และ ‘ความโปร่งใส’ โดยเฉพาะในเรื่องการประมาณการต้นทุนโครงการและจำนวนผู้โดยสาร
งานวิจัยของ Flyvbjerg (2009) ระบุปัญหาของโครงการขนาดใหญ่ในอดีตว่ามีปัญหาด้านต้นทุนการก่อสร้างโครงการที่สูงกว่าที่คาดการณ์ (Cost overruns) และผลประโยชน์ที่ได้รับน้อยกว่าที่คาดการณ์ (Benefit shortfalls) หลังจากโครงการเริ่มดำเนินการไปแล้ว กล่าวคือ มีจำนวนผู้ใช้งานจริงน้อยกว่าจำนวนที่ระบุในการศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ได้รวบรวมข้อมูลของโครงการขนาดใหญ่มากกว่า 200 โครงการ จาก 20 ประเทศ ใน 5 ทวีป พบว่าต้นทุนของโครงการด้านรถไฟมีค่าเฉลี่ยต้นทุนสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึงร้อยละ 44.7 และในส่วนของการคาดการณ์ผู้โดยสารที่ใช้บริการ พบว่าโครงการด้านรถไฟมีจำนวนผู้โดยสารจริงน้อยกว่าการคาดการณ์จำนวนผู้โดยสารมากถึงร้อยละ 51.4 โดยพบว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะการศึกษาความเป็นไปได้จัดทำหรือจัดจ้างโดยหน่วยงานที่จะเป็นผู้ดำเนินการเอง นี่จึงเป็นสาเหตุที่ผู้เขียนเสนอให้การศึกษาความเป็นไปได้จัดทำโดยหน่วยงานเป็นกลางและมีการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระอีกชั้นหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทยไม่ประสบปัญหาซ้ำรอยดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในต่างประเทศ

รถไฟความเร็วสูงกับ ‘ค่าเสียโอกาส’ และ ‘ความเสี่ยง’ ของการลงทุน


คณะทำงานฯ ระบุว่ารัฐบาลวางแผนสร้างรายได้อื่นนอกเหนือจากการให้บริการรถไฟความเร็วสูงจนทำให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้และไม่เป็นภาระต่อภาครัฐ
ผู้เขียนเห็นด้วยว่าการเพิ่มการพิจารณารายได้อื่นแบบ non-rail เพื่อเพิ่มรายได้รวมของโครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูงเป็นเรื่องที่ทำได้ และสามารถใช้เป็นเกณฑ์ ‘เบื้องต้น’ ในการตัดสินใจว่าควรสร้างรถไฟความเร็วสูงหรือไม่ กล่าวคือ หากรายได้รวมทั้งหมดสูงกว่าต้นทุนการก่อสร้างก็ควรสร้างรถไฟความเร็วสูง และในทางตรงข้าม หากรายได้รวมต่ำกว่าก็ไม่ควรสร้าง

อย่างไรก็ตาม การทุ่มเทเงินภาษีของประชาชนจำนวนมากในโครงการใดโครงการหนึ่งต้องคำนึงถึงปัจจัยที่มากกว่านั้น ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นสอนเราว่าการพิจารณาต้นทุนที่ถูกต้องควรคำนึงถึง ‘ค่าเสียโอกาสในการลงทุน’ มากกว่า กล่าวคือ หากนำเงินจำนวนเดียวกันไปลงทุนในโครงการอื่นจะได้ ‘รายได้รวม’ จากโครงการเหล่านั้นมากกว่ารายได้รวมจากการลงทุนในรถไฟความเร็วสูงหรือไม่

ตัวอย่างเช่น หากเพิ่มการลงทุนในระบบรถไฟทางคู่เพื่อการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารให้สมบูรณ์มากกว่าที่เสนอในร่าง พ.ร.บ. (ซึ่งอาจรวมทั้งการปรับปรุงระบบรางส่วนใหญ่ให้เป็นรางมาตรฐาน เพื่อให้สามารถเพิ่มความเร็วในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร) ก็สามารถมีรายได้อื่นแบบ non-rail เช่น รายได้จากส่วนของ ‘สถานี’ ได้เช่นกัน ในขณะที่ก็อาจได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากระบบรางของรถไฟทางคู่มากกว่าระบบรางรถไฟความเร็วสูง จนทำให้รายได้รวมสูงกว่าการนำเงินไปลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงก็เป็นได้

มิพักต้องกล่าวถึงว่า หากพิจารณาเรื่องความเสี่ยงของการลงทุนเข้าไปด้วย ดูเหมือนว่ารถไฟความเร็วสูงจะมีความเสี่ยงเรื่องการประมาณการจำนวนผู้โดยสารดังที่ได้กล่าวถึงแล้ว เพราะเป็นสิ่งที่คนไทยไม่เคยใช้บริการมาก่อนจึงประมาณการผู้โดยสารได้ยากกว่าการใช้รถไฟปกติ นั่นยิ่งทำให้เราต้องระมัดระวังในการด่วนสรุปว่ารถไฟความเร็วสูงคือการลงทุนที่ดีที่สุดจากเงินจำนวนเดียวกันนี้

รถไฟความเร็วสูงกับ ‘ผลประโยชน์ทางอ้อม’


จากที่คณะทำงานฯ อ้างถึงผลการสำรวจของกระทรวงคมนาคม ซึ่งพบว่า “จำนวนผู้ใช้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อการขยายตัวของ GPP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด) ในจังหวัดต่างๆ ในระดับภูมิภาค” และระบุว่า “รถไฟความเร็วสูงจะทำหน้าที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว และการขยายตัวของ GPP” รวมทั้งประโยชน์อื่น ๆ เช่นการกระจายสินค้าของบริษัทไปรษณีย์ไทย

ผู้เขียนมีความเห็นว่าความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่าง GPP และจำนวนผู้ใช้บริการสายการบินต้นทุนต่ำนั้นเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้โดยปกติอยู่แล้ว แต่ไม่ชัดเจนว่าเป็นความสัมพันธ์ในทิศทางใด กล่าวคืออาจเป็นไปได้เช่นกันว่า GPP สูงขึ้นจากสาเหตุอื่นก่อน จากนั้นจึงมีผลทำให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นตาม อีกทั้งต่อให้ความสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางที่คณะทำงานฯ โน้มน้าวให้เชื่อ แต่ความสัมพันธ์นั้นมาจากจำนวนผู้โดยสารสายการบินต้นทุนต่ำ มิได้เกี่ยวข้องกับรถไฟความเร็วสูงโดยตรง ในขณะที่รถไฟความเร็วสูงจะไปแย่งชิงผู้โดยสารจากสายการบินต้นทุนต่ำจำนวนหนึ่งซึ่งอาจมีผลทำให้จำนวนผู้โดยสารรวม (สายการบินต้นทุนต่ำรวมกับรถไฟความเร็วสูง) เพิ่มขึ้นไม่มากเท่าที่อยากเห็น ผลต่อ GPP จึงน้อยกว่าที่ประมาณได้เช่นกัน

เช่นเดียวกับกรณีรายได้รวม การวิเคราะห์ถึงผลประโยชน์รวมที่รวมผลทางอ้อมที่เกิดกับภาคเศรษฐกิจอื่นนั้นควรทำกับการลงทุนในทุกกรณี เพราะผลทางอ้อมมิได้เกิดขึ้นกับรถไฟความเร็วสูงเพียงเท่านั้น ตัวอย่างเช่น หากใช้เงินจำนวนเดียวกันไปลงทุนในระบบรถไฟทางคู่ ต้นทุนการขนส่งสินค้าที่ลดลงย่อมก่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างต่อภาคธุรกิจอื่นเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อภาคการส่งออกซึ่งเป็นเครื่องจักรสำคัญของเศรษฐกิจไทยมาตลอด และเกี่ยวโยงกับหลายภาคการผลิตมากกว่าการท่องเที่ยว ประโยชน์ทางอ้อมจึงน่าจะสูงกว่ารถไฟความเร็วสูงด้วยซ้ำไป

นอกจากนี้ ประโยชน์ของการขนส่งสินค้าของรถไฟความเร็วสูงนั้นจำกัดกว่ารถไฟทางคู่ ตัวอย่างที่คณะทำงานฯ ยกมาเรื่องการจัดส่งพัสดุและสินค้าอาหารของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด นั้นชัดเจนว่ามีขนาดของประโยชน์น้อยกว่ากรณีรถไฟทางคู่ ซึ่งส่งเสริมการขนถ่ายสินค้าหลากหลายประเภทและในปริมาณและมูลค่าที่สูงกว่ามาก
อีกตัวอย่างที่ชัดเจนของประโยชน์ทางอ้อมที่น่าจะมากกว่าการลงทุนรถไฟความเร็วสูงคือการลงทุนด้านนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนา โดยหากโยกเงินที่ใช้สำหรับสร้างระบบรถไฟความเร็วสูงมาลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ก็จะทำให้สัดส่วนการลงทุน R&D ต่อรายได้ประชาชาติเพิ่มเป็นร้อยละ 1 ต่อเนื่องยาวนานถึงเกือบสิบปี ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าการลงทุน R&D เป็นหัวใจที่ตัดสินว่าประเทศจะหลุดพ้นหรือก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลางได้หรือไม่ และเป็นที่ทราบเช่นกันว่ารัฐบาลยังมิได้แสดงความมุ่งมั่นชัดเจนกว่าการกล่าวด้วยวาจาว่าจะเพิ่มการใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนาอย่างจริงจัง ยังมิพักต้องพูดถึงการใช้จ่ายด้านสังคมในการดูแลผู้สูงอายุที่ขาดลูกหลานดูแล เด็กพิการ เด็กกำพร้า และผู้ด้อยโอกาสกลุ่มต่างๆ ที่น่าจะได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยลงในระยะยาว

รถไฟความเร็วสูงกับ ‘นโยบายประชานิยม’


การสร้างรถไฟความเร็วสูงไม่จำเป็นต้องเป็นนโยบายประชานิยม ส่วนหนึ่งเพราะยังไม่ชัดเจนว่าประชาชนจะ ‘นิยม’ มากน้อยเพียงใด (แม้ภาคธุรกิจก่อสร้างและนักการเมืองที่เกี่ยวข้องจะนิยมค่อนข้างแน่) แต่ประเด็นที่สำคัญกว่าคือการวางแผนการใช้ทรัพยากรการเงินที่จำกัดของประเทศในทิศทางใดจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยความเสี่ยงน้อยสุดหรือในระดับที่รับได้มากกว่า

อย่างไรก็ตาม บทความของผู้เขียนที่คณะทำงานฯ กล่าวถึงรวมทั้งบทความนี้มิได้ต้องการชี้ชัดว่ารถไฟความเร็วสูงนั้นต้องเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าอย่างแน่นอนและไม่ควรสร้าง การยกตัวอย่างข้างต้นก็เป็นเพียงการคาดเดาไม่ต่างไปจากการกล่าวอ้างผลประโยชน์ทางบวกของรถไฟความเร็วสูง ประเด็นสำคัญที่ผู้เขียนต้องการสื่อคือเสนอให้มีการปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจลงทุนตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้มีความรอบคอบ มีหลักเกณฑ์และใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง มีความโปร่งใส และเป็นประชาธิปไตย
ผู้เขียนอยากเห็นการถกเถียงเพี่อร่วมกันสร้างกระบวนการตัดสินใจลักษณะดังกล่าวมากกว่าการโน้มน้าวเพื่อให้เชื่อ (rhetoric) ว่ารถไฟความเร็วสูงนั้นควรสร้างหรือไม่ควรสร้าง.
    สมชัย จิตสุชน และสุเมธ องกิตติกุล
    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย




ออฟไลน์ goldenboy

  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 4,101
  • จิตพิสัย: 86
Re: รถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาประเทศไทย ที่ควรสนใจ
« ตอบกลับ #78 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2013, 07:50:37 AM »
ต้องขอบคุณคุณ sompoat ที่นำบทวิเคราะห์ดีๆ มาให้พวกเราวิเคราะห์ต่อถึงความคุ้มค่าหรือไม่  ผมเชื่อโดยส่วนตัวว่าคุ้มค่าแน่นอน  และไม่เกิน 30 ปีน่าจะคืนทุนได้หมด เพราะอีก 6 ปีข้างหน้าเราจะมีประชากรเพิ่มเป็น 70 ล้านคนขึ้นไป  หากปี 2563 เสร็จจริงผมเชื่อว่า 50% คนไทยต้องขึ้น ไป-กลับ 1 เที่ยวแน่นอน ค่าโดยสารเฉลี่ยคนละ 1,000 บาท ก็จะเป็นเงิน 35,000  ล้านบาทต่อปี และถ้ารวมนักท่องเที่ยวต่างประเทศอีก 20 ล้านคน ๆ ละ 1,000 บาท ก็ 20,000 ล้านบาท
 
            รถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศจะใช้เงินไม่เกิน 900,000 ล้านบาท  ถ้าคนนั่งตามที่ผมพูดจริง 20 ปีก็ใช้หนี้หมด
 
เงินอีก 1,100,000 ล้านบาท ก็นำมาทำรถไฟรางคู่  ปรับปรุงถนนให้ดีกว่าเดิม ทำรถไฟฟ้าที่กรุงเทพ ปรับปรุงสนามบินสุวรรณภูมิ ท่าเรือ มอเตอร์เวย์ ฯลฯ
 
  ปัญหาที่เป็นห่วงมากคือการคอรัปชั่น...การทำงานต้องถูกตรวจสอบจากหลายฝ่าย  ต้องท้วงติง  ต้องช่วยกันระวังการโกงกินก็น่าจะน้อยลง แต่คงไม่หมด อันนี้ผมคิดเอง
 
                 ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน  โปรดแสดงความคิดเห็นด้วย  เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย  เต็มที่ครับ...
 




ออฟไลน์ sompoat

  • ปัญญาไม่ค่อยมี หน้าตาดีไปวันวัน
  • 10,000
  • ******
  • กระทู้: 19,630
  • จิตพิสัย: 576
  • ปัญญาไม่ค่อยมี หน้าตาดีไปวันวัน
Re: รถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาประเทศไทย ที่ควรสนใจ
« ตอบกลับ #79 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2013, 08:27:13 AM »
ทำเถอะ เสียโอกาสกันมานานแล้ว
ส่วนเรื่องโกงกิน ก็ต้องช่วยกันจับตาดู ช่วยกันทำหน้าที่
อย่างน้อยศาลก็ยังพอพึ่งพาได้บ้าง
ตราบใดที่เรายังเปิดช่องให้องค์กรอิสระมาถ่วงดุลย์อำนาจ...




ออฟไลน์ NANG.VP

  • แฟนพันธุ์แท้
  • ***
  • กระทู้: 585
  • จิตพิสัย: 4
Re: รถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาประเทศไทย ที่ควรสนใจ
« ตอบกลับ #80 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2013, 11:55:53 AM »
ขอค่าขึ้นรถไฟราคาเบา ๆ  ให้ระดับรากหญ้าได้ใช้บริการด้วยหน่อยนะ




ออฟไลน์ goldenboy

  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 4,101
  • จิตพิสัย: 86
Re: รถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาประเทศไทย ที่ควรสนใจ
« ตอบกลับ #81 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2013, 01:29:39 PM »
ขอค่าขึ้นรถไฟราคาเบา ๆ  ให้ระดับรากหญ้าได้ใช้บริการด้วยหน่อยนะ

เรื่องราคาเห็นว่าจะมี 3 ระดับ ตั้งแต่ กม.ละ 2.10 - 2.50 - 3.00 บาท ถ้าเรานั่ง ขอนแก่น - กทม. ประมาณ 900 บาท
 
แต่ว่าถึงช่วงปี 2563 จะเหลือคนจนไม่เกิน 5% ผมเชื่อว่าจะเป็นอย่างนั้น




ออฟไลน์ goldenboy

  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 4,101
  • จิตพิสัย: 86
Re: รถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาประเทศไทย ที่ควรสนใจ
« ตอบกลับ #82 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2013, 02:47:39 PM »
มีข่าวเรื่องการบริหารจัดการน้ำงบ 300,000 ล้าน จาก นสพ.ข่าวสดครับ
 
 
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk56WTRPRFl6T1E9PQ==&sectionid=




ออฟไลน์ goldenboy

  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 4,101
  • จิตพิสัย: 86
Re: รถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาประเทศไทย ที่ควรสนใจ
« ตอบกลับ #83 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2013, 12:56:07 PM »
ตามแผนที่วางไว้คือจะกู้เงินในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่  ธนาคารออมสินคือเป้าหมายแรก  ทราบว่าเตรียมไว้แล้วปีแรก 3 แสนล้าน ดอกเบี้ย

ก็จะอยู่ในประเทศไทย...
แว่วมาว่า ออมสินล้มละลายแล้วมิใช่รึคะ

เอาข่าวผลการดำเนินงานของธนาคารออมสินมายืนยันว่า  เตรียมเงินไว้ให้รัฐบาลกู้แล้ว  ดอกเบี้ยก็จะเป็นของผู้ฝากในประเทศเรา และยังไม่ล้ม...
 
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1367817523&grpid=03&catid=19&subcatid=1900




ออฟไลน์ goldenboy

  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 4,101
  • จิตพิสัย: 86
Re: รถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาประเทศไทย ที่ควรสนใจ
« ตอบกลับ #84 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2013, 01:41:30 PM »
วันนี้ นสพ.ไทยรัฐ ลงบทความของ "แม่ลูกจันทร์" ว่าไม่ควรสร้างรถไฟความเร็วสูง  เพราะจะขาดทุนมาก  ลองอ่านดูนะครับ
 
http://www.thairath.co.th/column/pol/greenhead/343059
 
ผมอ่านแล้วสรุปได้ว่า  มีการวิเคราะห์ว่า ต้องมีลูกค้านั่งรถไฟความเร็วสูงปีละ 9 ล้านจึงจะคุ้มทุน และเขาได้วิเคราะห์แล้วว่า จะมี
ลูกค้านั่งเพียงปีละ 3 ล้านคนเท่านั้น  ผมว่าหน่วยงานที่วิเคราะห์มั่วมากโดยไม่มองข้อเท็จจริงว่า คนไทยเมื่อถึงปี 2563 จะมีประชากร
70 ล้านคน ผมว่าอย่างน้อย 50 % ต้องนั่งรถไฟความเร็วสูงแน่นอน  นั่งเพราะอยากลอง  และต่อไปจะนั่งเพราะติดใจความรวดเร็ว
ไป-กลับ ขอนแก่น - กทม. ได้สบาย  ส่วนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 80% ก็ต้องนั่ง เพราะจากเชียงใหม่ - ปาดังเบซาร์ 7 ชั่วโมง
และผมคาดว่าแต่ละปีต้องมีคนนั่ง 30 ล้านคนต่อปีแน่นอน




ออฟไลน์ goldenboy

  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 4,101
  • จิตพิสัย: 86
Re: รถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาประเทศไทย ที่ควรสนใจ
« ตอบกลับ #85 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2013, 04:07:23 PM »
วันนี้มีข่าวมาเพิ่มเติมครับ  จาก มติชน...
 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1368150941&grpid=&catid=05&subcatid=0504




ออฟไลน์ ae_akpol

  • แฟนพันธุ์แท้
  • ***
  • กระทู้: 892
  • จิตพิสัย: 19
  • เพศ: ชาย
Re: รถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาประเทศไทย ที่ควรสนใจ
« ตอบกลับ #86 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2013, 10:14:07 AM »
ไม่มีพลาดถ้าคิดจะโกง ทั้ง 2 ฝั่งเลย ประชาชนนั่งทำตาปริบๆ มองซ้ายแล้วก็มองขวา พวกใครพวกมันอยู่ดีมันเว้าลำบาก




ออฟไลน์ Social

  • เพื่อนของเรา
  • **
  • กระทู้: 489
  • จิตพิสัย: 21
Re: รถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาประเทศไทย ที่ควรสนใจ
« ตอบกลับ #87 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2013, 11:06:18 AM »
ค่าเสียโอกาสนี่แหล่ัะครับ ที่มันแพงหูดับตับไหม้ ดูอย่างสนามบินสุวรรณภูมิ ถ้าเสร็จตั้งแต่เริ่มโครงการใหม่ๆ คงไม่หมดไปเยอะมากมายขนาดนี้ ลองปีนี้ไม่ทำ พอจะไปทำอีก สามปีห้าปี ลองคำนวนเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจ และต้นทุนก่อสร้างที่มันเพิ่มขึ้น มโหฬารทีเดียว




ออฟไลน์ goldenboy

  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 4,101
  • จิตพิสัย: 86
Re: รถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาประเทศไทย ที่ควรสนใจ
« ตอบกลับ #88 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2013, 06:30:58 PM »
วันนี้ นสพ.ไทยรัฐ เสนอบทความเงินกู้ 2 ล้านล้าน จะโปร่งใสแบบใด โปรดพิจารณา
 
http://www.thairath.co.th/column/pol/page1scoop/344484
 
อ่านแล้วอยากให้แสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ  เงินเราทั้งนั้นเลย




ออฟไลน์ goldenboy

  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 4,101
  • จิตพิสัย: 86
Re: รถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาประเทศไทย ที่ควรสนใจ
« ตอบกลับ #89 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2013, 02:41:58 PM »
ราคาที่ดินของจังหวัดที่รถไฟความเร็วสูงผ่าน แพงขึ้นอย่างมากรวมทั้งขอนแก่นด้วย  ข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ ครับ
 
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1368642538