ผู้เขียน หัวข้อ: รถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาประเทศไทย ที่ควรสนใจ  (อ่าน 25287 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ thanaprin

  • 10,000
  • ******
  • กระทู้: 11,959
  • จิตพิสัย: 257
ยอมรับว่าคิดเอง เออเอง เพราะมองในแง่บวก  แต่เคารพความเห็นต่างครับ  เรื่องราคามีออกมาว่าจะคิด กม.ละ 2.10 - 2.50 บาทไม่เกินนี้

ยอมรับว่าเอาตัวเองเป็นตัวตั้งว่าเมื่อมีรถไฟความเร็วสูงแล้วจะต้องขึ้นไปกรุงเทพ, เชียงใหม่,ปาดังเบซาร์ ให้ได้  และมีความเชื่อว่าคงไม่มีใครประ

กาศว่าจะไม่ขึ้นเลย  ผมเฉลี่ยว่าขึ้นปีละครั้งเท่านั้น  หลายคนอาจจะบอกว่าคนยากจนคงไม่มีปัญญาขึ้นเพราะราคาตั๋วแพง  ผมว่าอีก 6 ปีข้างหน้า

ชาวนาเกือบ 100 % หายยากจน  เพราะการรับจำนำข้าวช่วยให้เขาดีขึ้นมาก แต่ก่อนที่นาไร่ละ 1-3 หมื่น  ปัจจุบันไร่ละ 3 แสนขึ้นไป บางคน

มีมากถึง 50 ไร่ ก็หลายล้าน ริมถนนมิตรภาพ  หรือริมถนนสายมะลิวัลย์ถึงชุมแพไร่ละล้านขึ้นไปแล้ว...ดังนั้นค่าตั๋วรถไฟความเร็วสูงน่าจะพอซื้อนั่งได้

ผมเสียใจนะถ้ายังดึงดันทำนโยบายนี้ต่อ มันทำให้ระบบการค้ารวนชัดๆ ไม่เเก้ปัญหาด้วย นครสวรรค์ยังไม่ได้เงินจำนำข้างเลยครับ เรื่องจริงๆเลยนิ




ออฟไลน์ goldenboy

  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 4,100
  • จิตพิสัย: 86
เรื่องชาวนายังไม่ได้รับเงิน  คงต้องตำหนิ รมว.บุญทรงที่คืนเงินให้ ธกส.ล่าช้า ควรคิด ด/บ ล่าช้าให้ด้วย  กลับมาคุยเรื่องรถไฟรางคู่ที่จะมีครอบคลุม
 
ทั่วประเทศ  จะทำเพิ่มสายบ้านไผ่ - นครพนม  คาดว่าถ้าทำโครงนี้เสร็จสมบูรณ์ทั่วประเทศจะช่วยลดการใช้น้ำมันได้ปีละแสนล้าน ช่วยลดมลพิษช่วยลดการสูญ
 
เสียงบประมาณซ่อมถนนได้มาก




ออฟไลน์ goldenboy

  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 4,100
  • จิตพิสัย: 86
นำบทความจาก นสพ.ไทยรัฐมาให้อ่านกันครับ  เพื่อเป็นข้อมูลหลายๆด้าน เนื่องเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับคนไทย ควรให้ความสนใจ
 
http://www.thairath.co.th/content/pol/337638
 
ใครมีความเห็นอย่างไร...อยากให้แสดงความเห็นนะครับ




ออฟไลน์ mooyong28032523

  • เพื่อนของเรา
  • **
  • กระทู้: 450
  • จิตพิสัย: 10
บทความต่างๆ ไม่อ่านหรอกครับเพราะบอกตามตรง สื่อ ไม่ว่าจะทางฝ่ายไหนก็เชื่อถือยากครับ ... โครงการรถไฟความเร็วสูงนี้จะมีหรือไม่ผมไม่แน่ใจ เพราะต้องศึกษาอีกหลายขั้นตอน ทั้งในแง่ ความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง การวางเส้นทางที่เหมาะสมสำหรับใช้จริงของประชาชนไม่ใช่ลงพื้นที่ สส. เพราะเส้นทางที่ควรทำมากที่สุด ให้แล้วเสร็จทีเดยว คือ สายอีสาน แต่ไม่ทำเอาไปเชียงใหม่ก่อน ทำไมสายอีสานถึงเหมาะสมกว่า คงไม่ต้องอธิบาย และทำไมไปเชียงใหม่ก็คงไม่ต้องอธิบาย แค่มองมุมนี้ก็น่าจะเห็นถึงความไม่โปร่งใสของแนวคิดแล้ว...ที่บอกว่าทำสายอีสานถึงโคราชแล้วให้เอกชนมาลงทุนต่อ บอกตรงๆ ฝันเหอะครับ ยังไงเอกชนเค้าก็ไม่ลงทุนหรอกมันไม่คุ้ม เพราะถ้าเค้าลงทุนเอง ก็รับรองได้ว่าราคาก็ต้องแพงกว่าของรัฐลงทุนเอง แล้วในความคิดของผม แค่ของรัฐประชาชนทั่วไปยังใช้ลำบากเลยครับ...เอาเป็นว่าก็คอยดูกันไปครับว่าสุดท้ายจะลงเอยยังไง แต่ที่แน่ๆ อย่างนึงเงินกู้ก้อนนี้ จะทำให้รัฐบาลไทยจากนี้ไปอีกหลายปีแทบค้ำประกันเงินกู้ให้การพัฒนาอย่างอื่น ไม่ได้อีกเลยเพราะยอดหนี้สาธารณะจะเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด...นอกจากจะมีผู้มีอำนาจสั่งให้รัฐบาลแก้กฏหมายให้กู้เพิ่มได้อีก (อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้)

 และถ้ารัฐบาลบริสุทธิ์ใจที่จะทำก็ทำไมไม่ใส่บัญชีโครงการแนบท้ายกฏหมาย นี่แหละที่สงสัยในเจตนารมย์ที่แท้จริง...




ออฟไลน์ thanaprin

  • 10,000
  • ******
  • กระทู้: 11,959
  • จิตพิสัย: 257
คนไทยลืมง่ายครับ ลืมหมดเเล้วล่ะ :) รอใกล้ๆเลือกตั้งก่อนก็พอ
ผมชอบครับท่าน รบ.นี้ทำให้ผมสามารถหาซื้อที่ดินกับไร่ข้างๆ ในราคาที่เราท่านพอใจ(ผมจะได้ทำไร่นาสวนผสมสักที) :)
อันนี้ก็ดีของผมคนเดียวนะเพราะว่า พอคนเป็นหนี้จากการทำนาเยอะๆ ก็ จะเร่ขายทรัพย์สิน เราก็กว๊านซื้อได้ครับ

ส่วนรางรถไฟนั้น ก็ดีทำไปเถอะครับ สายไหนก็ทำไปครับ อย่างนอ้ยก็มีงสานให้เเรงงานทำนะครับ คนใช้เเรงงานจะได้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว




ออฟไลน์ goldenboy

  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 4,100
  • จิตพิสัย: 86
บทความต่างๆ ไม่อ่านหรอกครับเพราะบอกตามตรง สื่อ ไม่ว่าจะทางฝ่ายไหนก็เชื่อถือยากครับ ... โครงการรถไฟความเร็วสูงนี้จะมีหรือไม่ผมไม่แน่ใจ เพราะต้องศึกษาอีกหลายขั้นตอน ทั้งในแง่ ความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง การวางเส้นทางที่เหมาะสมสำหรับใช้จริงของประชาชนไม่ใช่ลงพื้นที่ สส. เพราะเส้นทางที่ควรทำมากที่สุด ให้แล้วเสร็จทีเดยว คือ สายอีสาน แต่ไม่ทำเอาไปเชียงใหม่ก่อน ทำไมสายอีสานถึงเหมาะสมกว่า คงไม่ต้องอธิบาย และทำไมไปเชียงใหม่ก็คงไม่ต้องอธิบาย แค่มองมุมนี้ก็น่าจะเห็นถึงความไม่โปร่งใสของแนวคิดแล้ว...ที่บอกว่าทำสายอีสานถึงโคราชแล้วให้เอกชนมาลงทุนต่อ บอกตรงๆ ฝันเหอะครับ ยังไงเอกชนเค้าก็ไม่ลงทุนหรอกมันไม่คุ้ม เพราะถ้าเค้าลงทุนเอง ก็รับรองได้ว่าราคาก็ต้องแพงกว่าของรัฐลงทุนเอง แล้วในความคิดของผม แค่ของรัฐประชาชนทั่วไปยังใช้ลำบากเลยครับ...เอาเป็นว่าก็คอยดูกันไปครับว่าสุดท้ายจะลงเอยยังไง แต่ที่แน่ๆ อย่างนึงเงินกู้ก้อนนี้ จะทำให้รัฐบาลไทยจากนี้ไปอีกหลายปีแทบค้ำประกันเงินกู้ให้การพัฒนาอย่างอื่น ไม่ได้อีกเลยเพราะยอดหนี้สาธารณะจะเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด...นอกจากจะมีผู้มีอำนาจสั่งให้รัฐบาลแก้กฏหมายให้กู้เพิ่มได้อีก (อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้)

และถ้ารัฐบาลบริสุทธิ์ใจที่จะทำก็ทำไมไม่ใส่บัญชีโครงการแนบท้ายกฏหมาย นี่แหละที่สงสัยในเจตนารมย์ที่แท้จริง...

รัฐบาลจะทำการวางรางพร้อมกันทั้ง 4 ภาคครับ  สายเหนือถึงพิษณุโลกก่อน  สายอิสานถึงโคราช  สายใต้ถึงหัวหิน  และสายตะวันออกถึงพัทยาก่อน
 
เป็นเฟสแรก  จะเสร็จภายใน 5 ปี (ปลายปี 2562) ส่วนเฟส 2 ไม่เกิน 3 ปี และโคราช - หนองคาย ไม่ได้ให้เอกชนทำต่อครับ  รัฐบาลทำเอง
 
ครับ  ส่วนหนี้สาธารณะเมื่อกู้ครบ 2 ล้านล้านแล้วคาดว่าไม่เกิน 50 % ของ GDP ยังอยู่ในกรอบกฎหมาย  ส่วนที่ว่ารัฐบาลควรใส่ บ/ช แนบท้ายกฎ
 
หมายนั้น เชื่อว่าฝ่ายค้านคงแนะนำรัฐบาลอีกที  แต่จะเป็นอย่างไร...ต้องรอฟังข่าว




ออฟไลน์ mooyong28032523

  • เพื่อนของเรา
  • **
  • กระทู้: 450
  • จิตพิสัย: 10
บทความต่างๆ ไม่อ่านหรอกครับเพราะบอกตามตรง สื่อ ไม่ว่าจะทางฝ่ายไหนก็เชื่อถือยากครับ ... โครงการรถไฟความเร็วสูงนี้จะมีหรือไม่ผมไม่แน่ใจ เพราะต้องศึกษาอีกหลายขั้นตอน ทั้งในแง่ ความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง การวางเส้นทางที่เหมาะสมสำหรับใช้จริงของประชาชนไม่ใช่ลงพื้นที่ สส. เพราะเส้นทางที่ควรทำมากที่สุด ให้แล้วเสร็จทีเดยว คือ สายอีสาน แต่ไม่ทำเอาไปเชียงใหม่ก่อน ทำไมสายอีสานถึงเหมาะสมกว่า คงไม่ต้องอธิบาย และทำไมไปเชียงใหม่ก็คงไม่ต้องอธิบาย แค่มองมุมนี้ก็น่าจะเห็นถึงความไม่โปร่งใสของแนวคิดแล้ว...ที่บอกว่าทำสายอีสานถึงโคราชแล้วให้เอกชนมาลงทุนต่อ บอกตรงๆ ฝันเหอะครับ ยังไงเอกชนเค้าก็ไม่ลงทุนหรอกมันไม่คุ้ม เพราะถ้าเค้าลงทุนเอง ก็รับรองได้ว่าราคาก็ต้องแพงกว่าของรัฐลงทุนเอง แล้วในความคิดของผม แค่ของรัฐประชาชนทั่วไปยังใช้ลำบากเลยครับ...เอาเป็นว่าก็คอยดูกันไปครับว่าสุดท้ายจะลงเอยยังไง แต่ที่แน่ๆ อย่างนึงเงินกู้ก้อนนี้ จะทำให้รัฐบาลไทยจากนี้ไปอีกหลายปีแทบค้ำประกันเงินกู้ให้การพัฒนาอย่างอื่น ไม่ได้อีกเลยเพราะยอดหนี้สาธารณะจะเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด...นอกจากจะมีผู้มีอำนาจสั่งให้รัฐบาลแก้กฏหมายให้กู้เพิ่มได้อีก (อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้)

และถ้ารัฐบาลบริสุทธิ์ใจที่จะทำก็ทำไมไม่ใส่บัญชีโครงการแนบท้ายกฏหมาย นี่แหละที่สงสัยในเจตนารมย์ที่แท้จริง...

รัฐบาลจะทำการวางรางพร้อมกันทั้ง 4 ภาคครับ  สายเหนือถึงพิษณุโลกก่อน  สายอิสานถึงโคราช  สายใต้ถึงหัวหิน  และสายตะวันออกถึงพัทยาก่อน

เป็นเฟสแรก  จะเสร็จภายใน 5 ปี (ปลายปี 2562) ส่วนเฟส 2 ไม่เกิน 3 ปี และโคราช - หนองคาย ไม่ได้ให้เอกชนทำต่อครับ  รัฐบาลทำเอง

ครับ  ส่วนหนี้สาธารณะเมื่อกู้ครบ 2 ล้านล้านแล้วคาดว่าไม่เกิน 50 % ของ GDP ยังอยู่ในกรอบกฎหมาย  ส่วนที่ว่ารัฐบาลควรใส่ บ/ช แนบท้ายกฎ

หมายนั้น เชื่อว่าฝ่ายค้านคงแนะนำรัฐบาลอีกที  แต่จะเป็นอย่างไร...ต้องรอฟังข่าว


ที่จริงโครงการนี้ผมห่วงเรื่องนี้มากที่สุดครับ เรื่องบัญชีแนบท้าย เพราะฝ่ายค้านโดย คุณกรณ์ แนะนำไปตั้งแต่ตอนอภิปราย พรฎ. กู้ 2 ล้านๆ แล้ว ไม่รู้รัฐบาลใส่ไปหรือไม่...ส่วนเรื่องโครงการนั้นจะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับการศึกษาความเป็นไปได้ ว่าจะสามารถทำได้มั๊ย ... และรายละเอียดที่ออกมาตอนนี้ยังไม่มีความแน่นอนครับ ขอยืนยันว่ารายละเอียดต่างๆ ทางรัฐบาลยังไม่ให้สภาพัฒน์ดูเลยครับทั้งที่การเตรียมข้อมูลต่างๆ เพื่อนำเสนอ เพื่ออภิปรายต้องขอจากสภาพัฒน์แทบทั้งหมด ที่ยังปิดบังอยู่เพราะอะไรนั้นตามความเห็นผมก็คอมเม้นไปก่อนหน้าแล้ว...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2013, 10:41:49 PM โดย mooyong28032523 »




ออฟไลน์ PANDA@KKU

  • แฟนพันธุ์แท้
  • ***
  • กระทู้: 980
  • จิตพิสัย: 20
ยอมรับว่าคิดเอง เออเอง เพราะมองในแง่บวก  แต่เคารพความเห็นต่างครับ  เรื่องราคามีออกมาว่าจะคิด กม.ละ 2.10 - 2.50 บาทไม่เกินนี้

ยอมรับว่าเอาตัวเองเป็นตัวตั้งว่าเมื่อมีรถไฟความเร็วสูงแล้วจะต้องขึ้นไปกรุงเทพ, เชียงใหม่,ปาดังเบซาร์ ให้ได้  และมีความเชื่อว่าคงไม่มีใครประ

กาศว่าจะไม่ขึ้นเลย  ผมเฉลี่ยว่าขึ้นปีละครั้งเท่านั้น  หลายคนอาจจะบอกว่าคนยากจนคงไม่มีปัญญาขึ้นเพราะราคาตั๋วแพง  ผมว่าอีก 6 ปีข้างหน้า

ชาวนาเกือบ 100 % หายยากจน  เพราะการรับจำนำข้าวช่วยให้เขาดีขึ้นมาก แต่ก่อนที่นาไร่ละ 1-3 หมื่น  ปัจจุบันไร่ละ 3 แสนขึ้นไป บางคน

มีมากถึง 50 ไร่ ก็หลายล้าน ริมถนนมิตรภาพ  หรือริมถนนสายมะลิวัลย์ถึงชุมแพไร่ละล้านขึ้นไปแล้ว...ดังนั้นค่าตั๋วรถไฟความเร็วสูงน่าจะพอซื้อนั่งได้

ที่บอกว่าอีก 6 ปี ข้างหน้า ชาวนาหายยากจน...เพราะการรับจำนำข้าวช่วยให้เขาดีมาก...ก็คิดแบบนี้ได้นะครับ แต่ขอเสนอมุมมองในอีกด้าน
1) โครงการรับจำนำข้าว แค่ชื่อโครงการก็ผิดแล้ว เพราะว่ารับจำนำในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดมาก...ต้องเปลี่ยนชื่อเป็น โครงการซื้อข้าวมาเก็บ มาสี ใส่สารป้องกันตัว"มอด" แล้วก็เสื่อมสภาพ
 
2) โครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการที่ทำลายระบบการค้าข้าวทั้งหมด และทำลายชาวนา ทำลายสิ่งแวดล้อม สุดท้ายทำลายความมั่นคงทางด้านอาหารของประเทศด้วย
    ...จะไม่อธิบายมาก ไปหาอ่านดูใน Google แล้วคิดด้วยเหตุผล อ่านเยอะ ๆ คิดให้รอบด้าน....โครงการนี้พิสูจน์มาแล้วตั้งแต่ยุคของ นายก.สมชาย ที้่ให้ราคาจำนำสูง ๆ ...ไปศึกษาดูเอา ว่ามีผลเสียอะไรบ้าง
    ....ขนาด ดร.โกร่ง ยังไม่เห็นด้วยเลย, ถ้าโครงการแบบนี้ดีจริงและสำเร็จในอนาคต...พวก อาจารย์มหาลัยต่าง ๆ ที่ออกมาคัดค้าน ให้ไปไล่ออกเลย เพราะว่า ทฤษฎีของอาจารย์พวกนั้นผิดหมด...ธนาคารโลกด้วย
   
   ....ที่ลำปาง เขตพื้นที่่ของพรรค พท. ชาวนา ยังไม่ได้รับเงินงวดที่แล้วเลย ; รวมถึง อบต.ด้วย ...เงินงบประมาณตกมาช้ามาก รู้มั้ยเพราะอะไร?
 
3) ถ้าต้องการช่วยเหลือคนยากจน เกษตรกรจริง ๆ ทำไมต้องรับจำนำแต่ข้าว ???? รับจำนำสินค้าเกษตรทุก ๆ ชนิดเลยสิ ในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด
    สินค้าเกษตรชนิดอื่น ๆ ก็มีปัญหาเหมือนกัน เกษตรกรประเทศไทย ไม่ใช่มีแต่ชาวนา...ถ้าจริงใจจริง ต้องช่วยเหลือให้หมด มาตรฐานเดียวกัน !!!
 
4) ต่อเนื่องจากข้อ 3 ...ภาษี เงินรายได้ของประเทศมีจำกัดไง เอาเงินจากไหนมาทำโครงการ ก็มาจากเงินภาษีงัย เงินภาษีของประเทศมีจำกัด !!!!...โครงการรับจำนำข้าว ส่งผลเสียต่อการลงทุนของภาครัฐ สวัสดิการของรัฐ โครงการของรัฐ ทุก ๆ โครงการ เช่น โครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ 30 บาท พาราเซตตามอลทุกโรค...เงินไม่พอ ต่อไปทำงัย ขึ้นภาษีงัย??? ถ้าไม่กล้าขึ้น ก็ต้องกู้ เหมือนที่กำลังทำ
โครงการรถยนต์คันแรก....งบประมาณที่ตั้งไว้ เพื่อคืนภาษี ไม่พอ....ก็ต้องไปเอาเงินจากส่วนอื่น ๆ มาคืนภาษี....แล้วเป็นงัย ก็กระทบไปหมดงัย!!!
 
5) เงินภาษีของประเทศจำกัด เงินไม่พอ ก็ต้องไปกู้...กู้ แล้วก็กู้ เพื่อประชานิยม ลงทุนไม่มีประสิทธิภาพ แล้วอนาคตของประเทศจะเป็นยังไง?...ไปดูประเทศพัฒนาแล้ว เช่น กรีซ สเปน ไซปรัส อิตาลี โปรตุเกส ญี่ปุ่น
    และอีกเยอะแยะกำลังจะตามมา....รัฐสวัสดิการอย่างดี แล้วเป็นงัย...เงินไม่พอ เงินหมด เป็นหนี้...ดิ้นหนีตายกันอลหม่าน...นี่คือบทเรียน
 
6) ชาวนามีที่ดินราคาแพงขึ้น แล้วเป็นงัย...ขายที่ดินเพื่อมีเงิน มีเงินเพื่อขึ้นรถไฟความเร็วสูง แล้วต่อจากนั้น อดีตชาวนา(ที่มีที่ดินเป็นของตัวเอง)ไปไหน?...แล้วคนซื้อที่ดินชาวนา จะเอาที่ดินไปทำอะไร?
    ....ชาวนา ส่วนใหญ่ของประเทศ....เช่าที่ดินนายทุน สิบอกให้?
    ....ปุ๋ยขึ้นราคา ยาฆ่าแมลง /รา/หญ้า/... ขึ้นราคา  น้ำมันขึ้นราคา ค่าครองชีพขึ้นราคา สงกรานต์ปีนี้ข้าวของในตลาดสดขึ้นราคาเด้อ ขึ้นมาโดนแล้วด้วย ผู้ใหญ่บอกมา
    ...คิดว่าอนาคต 15000 จะพอหรือ? สำหรับชาวนา ทุกอย่างขึ้นราคาหมด....พวกหาเช้า กินค่ำ ยิ่งลำบาก; มนุษย์เงินเดือนยิ่งลำบาก
    ...เปิด AEC มา โครงการรับจำนำข้าว ยิ่งเละกว่าเดิม!!! ถ้าโครงการมันยังอยู่นะ ...ล่าสุดก็บอกว่า ไม่รับจำนำข้าวอายุสั้น รู้มั้ยเพราะอะไร?
 
 
ตั้งคำถาม คิด วิเคราะห์ หาคำตอบ (ค้นคว้าข้อมูล) วิพากษ์ วิจารณ์ ใช้หลักกาลามสูตรพหูสูตร....ลดอคติ ลดความลำเอียง หลับหูหลับตาเข้าข้าง บอกอะไรมาก็เชื่อหมด
รู้ให้เท่าทันนักการเมือง(เลว)ทุก ๆ ฝ่าย ที่เล่นกับความยากมี ยากได้ ยากสบายของคน  ....ช่วย ๆ กัน เราจะได้พัฒนาประเทศอย่างมีคุณภาพ
 




ออฟไลน์ PANDA@KKU

  • แฟนพันธุ์แท้
  • ***
  • กระทู้: 980
  • จิตพิสัย: 20
เรื่องชาวนายังไม่ได้รับเงิน  คงต้องตำหนิ รมว.บุญทรงที่คืนเงินให้ ธกส.ล่าช้า ควรคิด ด/บ ล่าช้าให้ด้วย  กลับมาคุยเรื่องรถไฟรางคู่ที่จะมีครอบคลุม
 ทั่วประเทศ  จะทำเพิ่มสายบ้านไผ่ - นครพนม  คาดว่าถ้าทำโครงนี้เสร็จสมบูรณ์ทั่วประเทศจะช่วยลดการใช้น้ำมันได้ปีละแสนล้าน ช่วยลดมลพิษช่วยลดการสูญ
 เสียงบประมาณซ่อมถนนได้มาก
กระทรวงพาณิชย์ คืนเงินให้ช้า เพราะว่า มันระบายข้าวออกไม่ได้งัยครับ ....มันจะขายให้ใครในราคาสูงและสภาพข้าวที่เริ่มเสื่อม
ถ้าจะระบาย ต้องระบายในราคาตลาดหรือต่ำกว่าราคาตลาดโลก...
ปัญหามันเลยมั่วไปหมด เหมือน "ลิง" เอามือไปซุกในแห่ แล้วก็แก้ไม่หลุด ยิ่งแก้ยิ่งติด
จะเลิกโครงการก็ไม่ได้....ข้าวเก่าระบายไม่ไหมด ข้าวใหม่ก็เข้ามาเรื่อย ๆ จะเอาโกดังที่ไหนไปเก็บ เก็บนาน ๆ ข้าวก็เสื่อมสภาพอีก!!!
 
แล้วบอกว่าจะทำรถไฟรางคู่สายใหม่...จะเอางบมาจากไหน แผนงานเป็นอย่างไร จะเสร็จเมื่อไหร่.....พูดไปเรื่อย
ถ้าจะทำจริง...ก็จัดลำดับความสำคัญของโครงการก่อนหลังสิ
ปัญหาของการทำรถไฟความเร็วสูง คือ มันจำเป็นในลำดับแรก ของการพัฒนาประเทศหรือเปล่า และ งบประมาณที่ใช้ คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ และ ควรทำเส้นไหนก่อน
รัฐบาลตอบไม่ชัดเจนทั้งแผนงานและแผนการใช้งบประมาณ....
 
รัฐต้องจัดสรรทรัพยากรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศให้มากที่สุด เพราะว่าบ้านเราไม่ได้รวยเหลือกินเหลือใช้




ออฟไลน์ goldenboy

  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 4,100
  • จิตพิสัย: 86
โอ้โห...คุณ PANDA@KKU  จัดหนักจัดเต็ม แบบนี้อยากให้เป็น ส.ส.นะครับ เหตุผลโต้แย้งสุดยอด แทบพลิกตำราไม่ทัน สรุปว่ามีเรื่อง
รถไฟความเร็วสูง  และจำนำข้าวนะครับ ชื่อการ"รับจำนำ"นั้นรัฐบาลตั้งใจรับจำนำสูงกว่าราคาตลาดเพราะต้องการให้ตลาดซื้อเท่าราคาจำนำ มี
เจตนาให้ชาวนาได้รับเงินมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อจะได้มีกำไรจากการทำนา  ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จ 2 ฤดูที่ผ่านมา ชาวนาดีขึ้นมากจริงๆ ผมไปสำนัก
งานที่ดินขอนแก่น  คุยกับชาวนาที่มาไถ่ถอนจำนองจาก ธกส. และชาวนาที่ซื้อที่นาเพิ่มจากเพื่อนชาวนาด้วยกัน ทั้งหมดต่างบอกว่าชื่นชมโครงการ
นี้มากและอยากให้ทำต่อไป  ไม่อยากให้หยุด  และที่บอกว่าขายไม่ออก,  ขายไม่หมด,และขายแพง ก็เป็นเรื่องจริง  และอยากให้มองความจริงอีกว่า
ปีแรกรัฐบาลขายข้าวได้เพียง 6.5 ล้านตัน  รัฐบาลอภิสิทธิ์ขายข้าวปี 53/54 ได้ 8 ล้านตัน แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ขายได้เงินมากว่า อภิสิทธิ์ขาย
ข้าวได้เป็นแชมป์โลก  รัฐบาลยิ่งลักษณ์ขายข้าวแพ้เวียตนาม และอินเดีย  แต่ได้เงินมากว่าทั้ง 2 ประเทศนั้น  ส่วนเรื่อปุ๋ย  ยาฆ่าแมลง และอื่นๆที่เกี่ยว
กับการเกษตร  รัฐบาลได้ออกบัตรเครดิตชาวนาให้นำไปซื้อของเหล่านั้นจากร้านที่ ธกส.จัดตั้งไว้  ไม่ให้เอาเปรียบ ไม่ให้นำของปลอมมาขาย ซึ่งเป็น
ผลดีต่อชาวนาโดยตรง  และเมื่อชาวนาดีขึ้นแล้ว  รัฐบาลอาจจะให้ชาวนาปลูกข้าวเพียง 2 ครั้งต่อปี เพื่อคุณภาพของข้าว อันนี้ต้องดูกันต่อไป
 
              มาเรื่องรถไฟรางคู่  ก็จะใช้เงินกู้ 2 ล้านล้านนี่แหละครับมาทำให้ครอบคลุมประเทศไทย  เพื่อลดการใช้รถยนต์ขนส่งซึ่งคาดว่าจะประ
หยัดค่าน้ำมันได้ปีละ 100,000 ล้านบาท  และการเดินทางของประชาชนก็จะตรงเวลา  เมื่อมีเทศกาลต่างๆ ก็ไม่ต้องแย่งกันจองตั๋ว
 
          รถไฟความเร็วสูงจะคุ้มค่าการลงทุนหรือไม่  ถ้าจะเอาค่าโดยสารมาใช้หนี้คงนานมาก  แต่ถ้าผู้โดยสารมานั่งได้ตามเป้าคือวันละ 100,000
คนทั้ง 4 ภาค เฉลี่ยคนละ 1,000 บาท ก็จะได้เงินวันละ 100 ล้านบาท เดือนละ 3,000 ล้านบาท  ปีละ 36,000 ล้านบาท  แต่รายได้ของประเทศ
ก็จะมาจากภาษีที่นักท่องเที่ยวนำไปใช้จ่ายในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ  และจากสถานีรถไฟทุกแห่งที่รถไฟความเร็วสูงจอด  ก็จะมีศูนย์การค้าอยู่ทุกสถานี
ก็จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประเทศด้วย  ผมเชื่อว่าไม่เกิน 30 ปี เราใช้หนี้ได้หมดครับ....
 




ออฟไลน์ realmetro

  • ชีวิตนี้ยังไม่สิ้น ข้าพเจ้าก็จะดิ้นกันต่อไป
  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 1,110
  • จิตพิสัย: 56
  • เพศ: ชาย

ความเร็วในประเทศไทยน่าจะอยู่ที่ 250 กม./ชม. ขอนแก่น - กรุงเทพ ก็  2 ชม.ค่าโดยสารประมาณ 1,000  บาท เฟสแรก กทม.-โคราช

แต่ต้นปี 2559 ก็จะมีรถไฟรางคู่ ขก.-โคราช ก็ 2 ชม.  แล้วนั่งความเร็วสูง โคราช - กทม. 75 นาที ก็ถึง ก็น่าพอใจในระดับหนึ่ง

 
 
บอกตามตรง ครับ ตาบใดที่ยังไม่เป็น รางคู่  ก็ ยังไม่เวิร์ดอยู่ดีครับ เพราะจะต้องมาเสียเวลา รอ รถไฟรบขบวนกันอีก ...




ออฟไลน์ goldenboy

  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 4,100
  • จิตพิสัย: 86
รถไฟรางคู่จากจิระ ถึงขอนแก่น ขณะนี้เริ่มกรุยทางแล้ว  คาดว่าจะเสร็จปลายปี 2558 แล้วต่อไปก็ยาวไปถึงหนองคาย โดยใช้เงินกู้
 
2 ล้านล้าน อดทนนิดนะครับ 3 ปีไม่นานเกินรอ




ออฟไลน์ PANDA@KKU

  • แฟนพันธุ์แท้
  • ***
  • กระทู้: 980
  • จิตพิสัย: 20
ขอบคุณคุณ Goldenboy ที่ชมครับ:
1) ประเด็นขายข้าวได้เงินมากกว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์นั้น ฟังนายกตอบคำถามก็ยังรู้สึกแปลก ๆ แต่เอาเป็นว่า คือ
    *** ขายข้าวได้เงินมาก ราคาต่อตัน หรือเปล่า...ไม่ใช้มูลค่าทั้งหมด และก็เป็น ข้าวชนิดไหน ที่ขายไป....
       เอาข้อมูลบางส่วนมาอธิบายหรือเปล่า??? ต้องมองในภาพรวมของโครงการทั้งหมด
   *** ถ้าขายข้าวได้เงินมาก ทำไม สภาพคล่องจึงไม่มี ....
    *** ถ้ามองในภาพรวม โครงการนี้มีปัญหาเรื่องสภาพคล่องของเงิน การเก็บ Stock ข้าว เป็นปัญหาสะสมไปเรื่อย ๆ และต้องใช้ภาษีของประชาชนเข้าไปถมโครงการ
       
2) ราคาจำนำ 15000 - ต้นทุนการผลิตเพิ่่มขึ้น = ชาวนาได้สุทธิ เท่าไหร่?
    ชาวนาบางครอบครัวแถว ๆ อุบลรัตน์ ข้าวนาปี ได้ 13 000 / ตัน ....โดนหักค่า...
 
3) โครงการรับจำนำข้าวแบบปัจจุบัน ทำให้รัฐเสียค่าธุรกรรมด้านการจัดการ เช่น ค่าโรงสี ค่าโกดัง ค่าสีข้าว ค่าตรวจสอบ ค่าขนส่ง ค่า....
      ถ้าให้ 15 000 แล้วเปลี่ยน ไปเป็นรับประกันข้าว ....รัฐสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะ = ค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าในเทศบาลนครขอนแก่นอย่างต่ำ 1 สาย
   (นายกชาวนาไทยบอกว่า ประกันราคา 15 000 ดีกว่า รับจำนำ 15 000...)...แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยกับทั้ง 2 โครงการ (การให้ราคาสูง ๆ เกินไป) เพราะเป็นการทำลายกลไกตลาด
 
4) จากข้อ 3...จึงมาถึงจุดที่ว่า รัฐจะทำอะไร ต้องทำอย่างมีประสิทธิภาพ...ใช้เงินให้คุ้มค่า....
 
5) ชาวนาที่ชุมแพ (บางคน)....ชอบโครงการประกันราคา (ถ้าให้ 15 000 เท่ากัน) เพราะอะไร ...เพราะว่า ชาวนาสะดวกสบายมากกว่าในการจัดการ แต่ก็โกงได้ง่ายด้วย ไม่ต่างจากรับจำนำ
 
6) โครงการบัตรเครดิตชาวนา ....ไม่ต้องมีก็ได้ เพราะว่า ธกส. มีกลไกด้านการกู้ยืม (ปัจจัยการผลิต) อยู่แล้ว มีมานานแล้ว...บัตรเครดิตชาวนา ทำหาเสียง
 
7) ถามชาวนาที่ไหน ๆ ก็ต้องบอกว่าดีสิครับ...ได้ราคาสูงกว่าราคาตลาด เอาเงินมาแจก ก็เอาสิครับ , ถ้าเลิกทำโครงการนี้เจอม็อบแน่ ๆ
    แล้วถามต่อไป...เราต้องเอาเงินอีกเท่าไหร่ เพื่อเอาไปถม, อย่าลืมว่า ประเทศไทยมีหลายเรื่องที่ต้องดูแล....หอม กระเทียม ลำไย ผักชี นมวัว โค ไข่ไก่...สารพัดสินค้าเกษตร
 
8) ชาวนาภาคอีสาน (ยากจนกว่าทุกภาค) ที่ไม่อยู่ในเขตชลประทาน ทำนาได้ปีละครั้งและเข้าโครงการลำบาก
    ชาวนาภาคกลาง (อยู่ในเขตชลประทาน) ส่วนใหญ่ได้ปีละ 3 ครั้ง ....รับเต็ม ๆ
 
9) เรื่องเงินกู้ 2 ล้านล้าน + ดอกเบี้ย 3 ล้านล้าน...เพื่อเอามาทำอะไรต่าง ๆ
    ปัญหามีอยู่ว่า ตัว พรบ.เงินกู้ ฉบับนี้ มีไม่เกิน 6 แผ่น....พรบ.พูดกว้าง ๆ ไม่ได้บอกว่าจะทำอะไรและมีแผนอะไรที่ชัดเจน ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า พูดไปเรื่อยว่า....จะทำโน่น นั้น นี่
    ดังนั้น...นี่แหละ ถึงเกี่ยวกับเรื่องความโปร่งใส
    ส่วนเอกสารประกอบ 200 กว่าหน้า ที่ใช้อธิบายในสภา...ไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย...
 
10) ภาคใต้ ....ภาษีด้านการท่องเที่ยวเยอะกว่าภาคเหนือหลายเท่า แค่ภูเก็ตที่เดียวก็มากมาย...
    ทำไมตอนชี้แจง...ถึงบอกว่าสายภาคใต้ จะทำถึงแค่หัวหิน ทั้ง ๆ ที่ ความคุ้มค่าการลงทุนของโครงการ "สายภาคใต้" ดีกว่า"ภาคเหนือ"
 
11) รมต.คมนาคม(จบ MIT) ...บอกว่า ถ้าอยากให้ทำครบทุกสาย (รถไฟเร็วสูง) ให้เลือกตั้งเข้ามาอีก 1 สมัย และก็ จะต้องมีการ "กู้เพิ่ม" ....อันนี้ รมต.ตอบในสภาครับ
   
    โอว้พระเจ้าจอร์จ...ประเทศที่เขามีรถไฟความเร็วสูงอย่างในยุโรป ภาษี VAT และบุคคล ของเขาเยอะมากนะครับ ...




ออฟไลน์ PANDA@KKU

  • แฟนพันธุ์แท้
  • ***
  • กระทู้: 980
  • จิตพิสัย: 20
.....การ"รับจำนำ"นั้นรัฐบาลตั้งใจรับจำนำสูงกว่าราคาตลาดเพราะต้องการให้ตลาดซื้อเท่าราคาจำนำ มี
เจตนาให้ชาวนาได้รับเงินมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อจะได้มีกำไรจากการทำนา  ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จ 2 ฤดูที่ผ่านมา .....
ขอเพิ่มอีกนิดครับ
***รัฐต้องการให้ตลาดซื้อเท่าราคาจำนำ...ถ้าพ่อค้าในประเทศซื้อมาแล้ว "พ่อค้า" จะไปขายใครครับ ?
1) พ่อค้าส่งออก ...ขายให้ตลาดโลก ใครจะซื้อครับ? เพราะว่าผู้ผลิตรายอื่น ๆ ที่ขายถูกกว่าเราก็มี...ข้าวไม่ใช่ "น้ำมัน" เก็บนานก็เน่า มูลค่าตก
    จะขายออกได้ก็ต่อเมื่อ....เกิดภัยพิบัติผลผลิตข้าวทั่วโลก...แล้วเรามีของไปขาย เราก็จะได้ราคาสูง
    จะรวมกลุ่มกันขายหลาย ๆ ประเทศ...เลิกคิดเลย เพราะว่า ข้าว เก็บนานก็เน่า...
2) ขายในประเทศ....ข้าวล้นตลาดครับ ...ของมีเยอะก็ต้องขายถูก ๆ
3) ในมุมมองของชาวนา...ได้ประโยชน์แน่ ๆ แต่ในมุมมองของกลไกการค้าข้าว ต้องมองทั้งระบบ
    กลไกมันบิดเบี้ยว....อะไรที่ผิดธรรมชาติ ก็จะ....




ออฟไลน์ goldenboy

  • ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้
  • ****
  • กระทู้: 4,100
  • จิตพิสัย: 86
ตอบเรื่องรถไฟความเร็วสูงภาคใต้เฟสแรกถึงหัวหิน...เฟส 2 ถึงปาดังเบซาร์ครับ
 
       เรื่องข้าวจะตอบเป็นภาพรวมนะครับไม่ตอบเป็นข้อตามที่สงสัย  การรับจำนำข้าวเปลือกเป็นนโยบายชัดเจนว่าต้องการให้ชาวนามีรายได้เพิ่ม
เหลือเป็นกำไร เพื่อให้อยู่ดีกินดีจะทำลายกลไกตลาดหรือไม่เป็นอีกเรื่อง  วิธีของอภิสิทธิ์ประกันราคา 10,000 บาทต่อตัน  พ่อค้ามารับซื้อ 7,000
รัฐต้องจ่ายเพิ่มอีก 3,000 บาท จะมีทุจจริตหรือไม่  ผมไม่ทราบ  แต่ประชาชนได้เงินน้อย  ผู้ส่งออกข้าวรวยเละ  หลังจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์มารับจำนำ
ผู้ส่งออกข้าวขาดกำไรเป็นแสนล้าน  รวมทั้งธนาคารกรุงเทพ  ที่ปล่อยเงินกู้ให้ผู้ส่งออกแต่ 2 ปีที่ผ่านมาขาดกำไรไปเยอะมาก  โบนัสพนักงานธนาคาร
กรุงเทพได้น้อยมาก  จนเกิดการประท้วงธนาคารเป็นที่มราบกันดี  ดังนั้นรัฐบาลนี้เห็นประชาชนสำคัญกว่าผู้ส่งออกข้าวแน่นอน
 
         การรับจำนำข้าวปีแรกใช้เงิน 410,000  ล้านบาท  ชาวนาเมื่อได้เงินก็นำไปใช้จ่ายในตลาด, ในห้างฯ เงิน 410,000 ล้านรัฐจะได้ภาษี
มูลค่าเพิ่ม 7% = 410,000 x 7 = 28,700 ล้านบาท ใน 1 ปี เงินจะหมุน 5 รอบ = 28,700 x 5 =143,500 ล้านบาท ในปีแรก รมต.
แจ้งว่าขายข้าวขาดทุน 80,000 ล้านบาท ยังน้อยกว่าภาษีที่ได้รับ  และกระทรวงการคลังได้ประกาศว่า 5 เดือนแรกเก็บภาษีได้เกินเป้า 139,000
ล้านบาท  ถ้า 12 เดือน อาจจะเกินเป้าถึง 300,000 ล้านก็ได้
 
         ที่บอกว่าชาวนาบางรายชอบแบบประกันก็เป็นเรื่องปกติครับ  คงไม่สามารถทำให้ชอบได้ทุกคน แต่ต้องเอาคนส่วนใหญ่เป็นหลัก
 
          เรื่องบัตรเครดิตชาวนาจำเป็นต้องมีครับ  เพราะถ้าไปกู้ก็ต้องเสียดอกเบี้ย  แต่มีบัตรเครดิตแล้วไม่ต้องเสียดอกเบี้ย  และไม่ต้องเสียเวลาไปทำ
ธุรกรรมที่สำนักงานที่ดินด้วย  เมื่อมารับเงิน  ธนาคารก็จะหักได้ทันทีสะดวกสบายครับ